posttoday
สงครามตัวแทน

สงครามตัวแทน

03 ธันวาคม 2558

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

ใครจะไปคาดคิดว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดรัสเซียจะถูกเครื่องบินรบตุรกียิงตก รัสเซียเป็นมหาอำนาจ มีแสนยานุภาพทางการทหารมากกว่าตุรกีนับสิบเท่า หากรบกันจริงไม่มีทางที่กองทัพตุรกีจะทานอำนาจของรัสเซียได้ การที่ตุรกีกล้ายิงเครื่องบินรัสเซียจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย. หรือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง เครื่องบินที่ถูกยิงเป็นแบบซูคอย ซู-24 ซึ่งเป็นเครื่องบินรบชั้นแนวหน้าของรัสเซีย ส่วนเครื่องบินที่ยิงเป็นเอฟ-16 ของกองทัพอากาศตุรกี ตุรกีเป็นสมาชิกนาโต้ นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรัสเซียถูกกองกำลังนาโต้ยิงตก

ทางการตุรกีแถลงว่า เครื่องบินรัสเซียได้ล่วงล้ำน่านฟ้าตุรกีลึกเข้าไป 2.19 กิโลเมตร เป็นเวลา 17 วินาที ก่อนยิงได้ส่งสัญญาณเตือนสิบครั้งใน 5 นาที และในขณะที่ยิงฝ่ายตุรกีไม่ทราบว่าเป็นเครื่องบินรัสเซีย

ส่วนทางการรัสเซียช่วงแรกประกาศว่า เครื่องบินของตนถูกฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียยิงตก ต่อมาได้กลับคำแถลงตามตุรกีว่าถูกตุรกียิงตก แต่ยืนยันว่าไม่ได้รุกล้ำน่านฟ้าตุรกี ขณะถูกยิงอยู่ในเขตซีเรียห่างจากชายแดน 1,000 เมตร

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีทหารรัสเซียตาย 2 นาย รายแรกเป็นนักบินที่ดีดตัวออกมาแล้ว แต่ถูกยิงตายคาร่มชูชีพโดยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียขณะลอยตัวกลางอากาศ อีกรายเป็นทหารประจำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยที่ถูกส่งเข้าไปช่วยในเขตซีเรีย แต่ถูกยิงเสียหายและถูกทำลาย

รัสเซียแสดงความไม่พอใจ และประกาศมาตรการตอบโต้ตุรกีออกมาเป็นชุด มีการตัดการสื่อสารระหว่างกันทางการทหาร เลื่อนการซ้อมรบร่วมกันออกไปไม่มีกำหนด เลื่อนโครงการลงทุนร่วม จำกัดการเข้าไปทำงานในรัสเซียของคนตุรกี แซงก์ชั่นทางการค้า ยกเลิกเที่ยวบิน จำกัดนักท่องเที่ยวรัสเซียไปตุรกีซึ่งมีมากถึงปีละ 4 ล้านคน และตั้งแต่ 1 ม.ค.ปีหน้า จะยกเลิกการเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องมีวีซ่า

ในกรุงมอสโก ชาวรัสเซียแสดงความโกรธแค้นด้วยการไปชุมนุมหน้าสถานทูตตุรกี และปาไข่ใส่สถานทูต อีกด้านหนึ่ง กองทัพรัสเซียส่งเรือรบและขีปนาวุธเข้าไปใกล้ชายแดนตุรกีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในทางการทูต มีการตกลงกันผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์ว่า ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำให้เหตุการณ์บานปลายจนกลายเป็นสงคราม

สื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหลากหลายแง่มุม ผมจึงขอพูดเฉพาะประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ ดังนี้

หนึ่ง หลายคนอาจรู้สึกสับสนเรื่องขบวนการต่อต้านรัฐบาลซีเรียว่าเป็นใคร และใครอยู่เบื้องหลัง ที่จริงกลุ่มที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลซีเรียมีหลายกลุ่ม กลุ่มใหญ่คือกลุ่มไอเอส ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ชาติตะวันตกเองก็ไม่ได้ให้การสนับสนุน

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เพิ่งก่อเหตุร้ายในฝรั่งเศส เป็นกลุ่มที่เคยแพร่วิดีโอการตัดหัวคนและการระเบิดทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งเป็นศัตรูตัวร้ายของสหรัฐในอิรักด้วย ชาติตะวันตกจึงไม่ต่อต้านการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ทำกับกลุ่มนี้ แม้ว่าจะไม่สนับสนุนรัฐบาลซีเรียก็ตาม

แต่ในการโจมตีกลุ่มไอเอส รัสเซียได้เหมารวมกลุ่มต่อต้านชาวซีเรียเชื้อสายตุรกีเข้าไปด้วย กลุ่มนี้มีฐานที่มั่นอยู่ใกล้ชายแดนตุรกี การโจมตีของรัสเซียไม่ถึงกับเป็นเรื่องน่าแปลก เพราะกล่าวกันว่ากลุ่มนี้มีผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มไอเอสในการค้าน้ำมันเถื่อน รวมทั้งมีเสียงร่ำลือว่าคนในครอบครัวของผู้นำตุรกีมีเอี่ยวด้วย

สอง การยิงเครื่องบินรัสเซียครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ รวมทั้งที่บอกว่าไม่ทราบว่าเป็นเครื่องบินรัสเซียก็ไม่น่าจะจริง แต่น่าจะเป็นเรื่องที่ไตร่ตรองและเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว

ที่ต้องสรุปเช่นนี้ เพราะตุรกีเคยประท้วงรัสเซียว่าจงใจล่วงล้ำน่านฟ้ามาแล้วเมื่อต้นเดือน ต.ค. ซึ่งรัสเซียก็ยอมรับ แต่บอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยเพราะอากาศไม่ดี ต่อไปจะระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในเดือน ต.ค. มีการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายถึง 5 ครั้ง โดยตุรกีขอให้รัสเซียหยุดปฏิบัติการใกล้ชายแดนตุรกี เพราะไม่มีกองกำลังของไอเอสในบริเวณนั้น

ก่อนการยิงไม่กี่วัน ตุรกียังได้ร้องขอให้สมัชชาความมั่นคงของสหประชาชาติพิจารณาเรื่องรัสเซียโจมตีกองกำลังเชื้อสายตุรกี

ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าตุรกีจะกล้ายิงเครื่องบินรัสเซียโดยพลการ แต่เป็นเรื่องที่น่าจะได้ไฟเขียวจากสหรัฐและจากนาโต้แล้ว เห็นได้ชัดจากการที่สหรัฐและนาโต้รีบออกมาปกป้องตุรกีว่ามีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปกป้องน่านฟ้าของตัวเอง มีบางคนที่เชื่อว่าตุรกีถูกยุหรือถูกยืมมือให้ทำด้วยซ้ำไป

ผมเชื่อว่าเครื่องบินรัสเซียคงล่วงล้ำน่านฟ้าตุรกีจริง แต่เป็นเหมือนการบินเข้าไปสู่กับดักที่ประตูเปิดอ้ารออยู่แล้ว การส่งสัญญาณเตือนถี่ยิบก็คงส่งจริง แต่นักบินรัสเซียอาจจะไม่ได้ยินหรือไม่ใส่ใจ หรือใส่ใจเมื่อสายเสียแล้ว

สาม คนที่เดือดร้อนมากที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ผู้นำตุรกี แต่เป็นประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกคือผู้ใหญ่ทะเลาะกับเด็ก แต่ในความเป็นจริง พอตุรกีตบหน้ารัสเซียเสร็จ ก็วิ่งไปแอบหลังสหรัฐกับนาโต้ ซึ่งกางแขนปกป้องเต็มที่ไม่ให้รัสเซียจิกหัวไปลงโทษ ครั้นรัสเซียจะดับเครื่องชนสหรัฐกับนาโต้ ก็ไม่มีพละกำลังพอที่จะทำได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน

กรณีตุรกีต่างจากยูเครน ครั้งนั้นปูตินสามารถแสดงบทแข็งกร้าวประกาศผนวกคาบสมุทรไครเมียโดยที่สหรัฐกับยุโรปไม่สามารถหยุดยั้งได้ เพราะชาวยูเครนตะวันออกและชาวไครเมียเป็นใจ ซึ่งก็ทำให้ปูตินได้ใจชาวรัสเซีย และคะแนนนิยมในตัวเขาพุ่งสูงลิ่ว

แต่ครั้งนี้ปูตินจะต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี ชาวรัสเซียจำนวนมากเรียกร้องให้เขาลงโทษความบังอาจของตุรกีอย่างสาสม แต่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะทำได้โดยง่าย หากเขาแสดงบทแข็งกร้าวเกินไปจนปฏิบัติไม่ได้จริง ก็จะทำให้เสียรังวัด แต่ในทางกลับกัน หากมาตรการตอบโต้ไม่เข้มข้นเพียงพอ คนรัสเซียเองอาจจะมองว่าเขาอ่อนแอกว่าที่คิด

บอกตามตรง ผมนึกอย่างไรก็ยังนึกไม่ออกว่าปูตินจะทำให้คนรัสเซียรู้สึกสะใจได้อย่างไร มาตรการต่างๆ ที่ประกาศออกมา ยังไม่เห็นมีเรื่องไหนที่จะทำให้ตุรกีเดือดร้อนสาหัส ตุรกีอาจสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปบ้าง อาจต้องนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่นในราคาที่แพงขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินกว่าที่สหรัฐกับยุโรปจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ได้

แต่ก็อย่าได้สบประมาทคนอย่างปูติน เขาอาจมีลูกเล่นใหม่ๆ ที่เราคาดไม่ถึง เพื่อรักษาคะแนนนิยมของตัวเองในหมู่ชาวรัสเซียต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท