
มท.โวยกฤษฎีกาตีความสมาร์ทการ์ดไม่ดูความเป็นจริง
ผู้ตรวจราชการมหาดไทย ซัด กฤษฎีกาตีความ สมาร์ทการ์ด ขัดกฎกระทรวง ไม่ดูเจตนา ชี้รูปแบบเปลี่ยนไปเพราะต้องการป้องกันการปลอมแปลง ย้ำไม่มีขรก.ได้ประโยชน์
ผู้ตรวจราชการมหาดไทย ซัด กฤษฎีกาตีความ สมาร์ทการ์ด ขัดกฎกระทรวง ไม่ดูเจตนา ชี้รูปแบบเปลี่ยนไปเพราะต้องการป้องกันการปลอมแปลง ย้ำไม่มีขรก.ได้ประโยชน์
นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพานิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่าบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ หรือ "บัตรสมาร์ทการ์ด" ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ส่งมอบให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จำนวน6 แสนใบนั้น ขัดกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 22 เพราะ มีสีแดงปรากฎพาดผ่านตำแหน่งพิมพ์รูปภาพที่ด้านหน้าของบัตร ทั้งที่กฎกระทรวง กำหนดลักษณะของบัตรโดยสรุปว่าต้อง มีสีขาว ลายพื้นสีฟ้าเท่านั้น ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าการตีความแบบนี้เป็นการตีความตามตัวอักษร โดยไม่ได้มองถึงเจตนาว่าการทำเส้นสีแดง (micro text) พาดผ่านตำแหน่งพิมพ์รูปภาพที่ด้านหน้าของบัตรดังกล่าวเป็นไปเพื่อการปัองกันการปลอมแปลงบัตรประชาชน ซึ่งถือเป็นภัยมั่นคงต่อรัฐ
"อยากให้กฤษฎีการับฟังข้อมูลหลายๆ ด้าน ไม่ใช่ฟังการชี้แจงของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเพียงอย่างเดียว โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เคยเรียกตนเองซึ่งในตอนนั้นเป็นอธิบดีกรมการปกครองและเป็นพนักงานออกบัตร ไปชี้แจงเลย"นายวงศ์ศักดิ์กล่าว
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีการพูดถึงอำนาจหน้าที่เจ้าพนักงานออกบัตรตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนพ.ศ.2526 ที่ระบุให้เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจและหน้าที่ที่จะกำหนดวัสดุบัตรและวัสดุเคลือบบัตร เพื่อให้วัสดุดังกล่าวมีคุณสมบัติหรือมีคุณลักษณะเพื่อให้สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ตามหลักการและเจตนารมณ์แห่งกฎกระทรวงแห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน
ดังนั้นจึงมีการออกแบบให้มีตัวหนังสือขนาดเล็กสีแดง (MICROTEXT) ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นเป็นข้อผิดพลาดนั้น สามารถใช้แว่นขยายส่องดูอ่านได้เป็นคำว่า THAILAND ต่อกัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่พิมพ์ด้วยวัสดุเพื่อป้องกันการปลอมแปลงภาพถ่ายบุคคลเจ้าของบัตร เพราะหากมีการลบภาพถ่ายเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เป็นภาพถ่ายของบุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าของบัตร ตัวหนังสือขนาดเล็กสีแดงนี้จะถูกลบไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทราบได้ทันทีว่ามีการปลอมแปลงหรือมีการทุจริตในการทำบัตรประจำตัวประชาชนเกิดขึ้นเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อความมั่นคงของประชาชนในรัฐไทยทั้งสิ้น
อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับที่ 22 ได้ระบุว่าเป็น อำนาจโดยชอบของเจ้าพนักงานออกบัตร ที่จะกำหนดการป้องกันการปลอมแปลงได้เนื่องจากตามกฎกกระทรวงไม่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าวัสดุป้องกันการปลอมแปลงจะมีอะไรบ้าง จะมีสีอะไร และมีลักษณะอย่างไร โดยกำหนดแต่เพียงว่าการกำหนดวัสดุป้องกันการปลอมแปลงบัตรเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานออกบัตร อีกทั้งเจตนารมณ์ของการกำหนดระบบป้องกันการปลอมแปลง ต้องถือว่าเป็นความลับของทางราชการที่ไม่พึงเปิดเผยหรือระบุไว้ชัดเจนในกฎกระทรวง แต่เป็นดุลพินิจที่เจ้าพนักงานออกบัตร จะเป็นผู้กำหนด
“การวินิจฉัยแบบนี้มันไม่ฟังไม่ขึ้น เพราะไม่ดูเจตนาทั้งหมดว่าการทำงานของกระทรวงทมหาดไทยต้องป้องกันการปลอมแปลงบัตรอย่างเข้มข้นมากแค่ไหน เพราะเรื่องนี้เป็นความมั่นคงของรัฐและประชาชน เพราะหากประชาชนถูกปลอมแปลงบัตรกันได้ง่าย จนอาจมีคนต่างด้าวสวมสิทธิ์จะทำทำอย่างไร ประชาชนจะมีความมั่นคงในการใช้ชีวิตได้อย่างไร เรื่องนี้สำคัญมาก หากคณะกรรมการกฎษฎีกามีความเห็นแบบนี้ต่อไปบัตรประชาชนของคนไทยคงมีแต่สีขาวและสีฟ้าได้เท่านั้น จะทันโจรผู้ร้ายได้อย่างไรเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการปลอมแปลงไปไกลมาก ขอย้ำว่าการทำเส้นสีแดงตรงนั้นไม่มีข้าราชการคนไหนได้ประโยชน์นอกจากประชาชน เพราะมันไม่ใช่การคอรัปชั่น” นายวงศ์ศักดิ์ กล่าว
นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวพร้อมต่อสู้และชี้แจงเรื่องนี้เต็มที่ และอยากสอบถามนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยว่า เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่า บัตรสมาร์ทการ์ดดังกล่าวมีการทำผิดมาตั้งแต่ ล็อตปี 2550 ที่ออกให้ประชาชนนำไปใช้แล้ว 26 ล้านใบ ไม่ใช่แค่ 6 แสนใบที่เป็นปัญหาอยู่ ทางกระทรวงจะตั้งกรรมการสอบย้อนหลังเอาผิดปลัดกระทรวงในยุคนั้นด้วยหรือไม่ หรือจะสอบเฉพาะตนเองอย่างเดียวและหากเป็นแบบนี้ถือว่าเลือกปฏิบัติหรือเปล่า
มท.1 ระบุรอให้ ICT นัดหารือเรื่องบัตรสมาร์ทการ์ด
นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ท การ์ด ที่นายกรัฐมนตรีให้สำนักงานกฤษฎีกา กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศ และการ สื่อสาร (ไอซีที) ไปหารือร่วมกัน ว่า ขณะนี้กำลังรอกระทรวงไอซีทีนัดหมายมาว่าจะมีการพูดคุยกันเมื่อใด ทั้งนี้กับบัตรที่มีความผิดพลาดตั้งแต่ปี 2550 นั้น คงต้องค่อยๆเปลี่ยนไป ไม่อย่างนั้นจะมั่วกันไปหมด ทั้งบัตรที่ถูกต้องตามกฏหมายและที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นปัญหากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตามหากดูตามกฎกระทรวงคงต้องมีการทำบัตรใหม่ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้รับบัตรมาใช้ ไม่ใช่ผู้จัดทำบัตร แต่เท่าที่ทราบมีอยู่บริษัทเดียวที่จัดทำบัตรนี้ได้







