
บิ๊กตู่ยันโด่งลาออกไม่กระทบคสช.
นายกฯ เรียกบิ๊ก คสช.หารือรายคน ยัน “บิ๊กโด่ง” ลาออกไม่กระทบรัฐบาล
นายกฯ เรียกบิ๊ก คสช.หารือรายคน ยัน “บิ๊กโด่ง” ลาออกไม่กระทบรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า หาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม หรือบิ๊กโด่ง ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ กรณีความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์นั้น จะไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาลและ คสช. ส่วนที่กลุ่มตรงกันข้ามจะเขย่าเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะ คสช.มีกองทัพ 4 กองทัพดูแล
“ก็ไปบอกเขาซิ ทุกอย่างต้องว่าไปตามขั้นตอน เขาคิดเป็น แต่บางคนคิดไม่เป็น กฎหมายยังไม่รับเลย อันนี้เขาคิดเองได้ ให้เขาตรวจสอบ ผมไม่ได้ไปห้ามสักอัน การตรวจสอบมีขั้นมีตอน แล้วไปเปรียบเทียบกับคดีจำนำข้าวไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ กลับจากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นั้นในช่วงเช้าได้เรียก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เดินทางเข้าพบเป็นการด่วน โดยไม่มีกำหนดการล่วงหน้า ซึ่งหารือนานประมาณ 25 นาที
ขณะที่ในช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เดินทางเข้าพบ โดยคาดว่าเป็นหารือกันถึงประเด็นปัญหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งมีกระแสกดดันให้ พล.อ.อุดมเดช ลาออก
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กองทัพ คสช.มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ไม่มีความขัดแย้ง ความสัมพันธ์ดีกันทุกคน ไม่มีใครขัดแย้งหรือโกรธกัน
“อยู่กันมาตั้งกี่ปี จนอายุ 60 จะมาโกรธอะไรกัน ยันไม่มีใครโกรธใคร แต่การทำงานอาจมีบ้าง เรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง นิดๆ หน่อย แต่ต้องยึดตามนโยบายนายกฯ และหัวหน้า คสช. นโยบายคือนโยบาย ต้องชัดเจนทุกเรื่อง” พล.อ.ประวิตร กล่าว
สำหรับกรณีที่ นายกฯ ระบุว่า หาก พล.อ.อุดมเดช ลาออก ก็ไม่กระทบงาน คสช.นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า นายกฯ ว่าอย่างไรก็ตามนั้น เพราะท่านเป็นคนคัดท้ายหางเสืออย่างดี มั่นคง ไม่ต้องห่วง บอกแล้วเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการอุทยานราชภักดิ์ของกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า จะรู้ผลสรุปการสอบสวนก่อนสิ้นปีนี้แน่นอน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโครงการสร้างอุทยานราชภักดิ์ของกระทรวงกลาโหมนั้น เห็นว่าเป็นการตั้งผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นมาตรวจสอบผู้บังคับบัญชา ซึ่งไม่มีที่ไหนที่จะตั้งลูกน้องขึ้นมาตรวจสอบเจ้านาย
“อยากให้ดำเนินการโดยเปิดเผย ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ใครถูกผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีการปกป้อง ถ้ายิ่งช้าก็ยิ่งจะเสียหาย” นายภูมิธรรม กล่าว
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้และได้ดำเนินการสืบสวนอยู่ ซึ่งต้องรอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กองบังคับการปราบปรามและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหมได้สรุปข้อมูลก่อน
นายสรรเสริญ ยังได้ปฏิเสธว่า ป.ป.ช.ยังไม่มีข้อมูลเรื่องที่ทางกองทัพบกได้ประสานของบประมาณสนับสนุนต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 88 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แต่หากพบว่ามีทหารผิดก็จะดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้น







