
ลดเกรดบินกระทบ ‘ท่องเที่ยว’
หลังจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) ประกาศลดอันดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทยลงสู่ระดับ Category 2 หรือต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ภาคเอกชนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ
หลังจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) ประกาศลดอันดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทยลงสู่ระดับ Category 2 หรือต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ภาคเอกชนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ
ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา เปิดเผยว่า กรณีเอฟเอเอ ลดมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทย ตามรอยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ทำให้มีความกังวลว่า สำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งสภาพยุโรป (อีเอเอสเอ) อาจลดมาตรฐานการบินของไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว
“เมื่อมีการลดมาตรฐานการบิน จะมีเงื่อนไขไม่ให้สายการบินของไทยเพิ่มเที่ยวบินใหม่ๆ ส่งผลให้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้า-ออกจากไทยได้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการมาไทยก็จะมีจำนวนที่นั่งจำกัดมากขึ้น” ม.ล.สุรวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ การลดเกรดดังกล่าวยังกระทบต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยด้านการบินของไทย ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทย เกิดความลังเลในการใช้บริการสายการบินของไทย และอาจกระทบไปถึงการวางแผนขยายกิจการโรงแรม แหล่งท่องเที่ยวบันเทิง
อภิชาติ สังฆอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีดี เอเชีย ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดสแกนดิเนเวีย กล่าวว่า ไทยต้องแสดงให้เห็นว่าใส่ใจและจริงจังกับการแก้ปัญหามาตรฐานการบิน เพื่อให้ปัญหานี้คลี่คลายโดยเร็ว เพราะปัญหานี้อาจสะเทือนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาไทย รวมไปถึงการใช้เที่ยวบินในประเทศไทยเพื่อเดินทางไปเที่ยวภูมิภาคอื่น
โชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ กล่าวว่า ปัญหาเอฟเอเอลดมาตรฐานการบินของไทยคงไม่กระทบมากนัก เพราะเที่ยวบินจากไทยที่มีอยู่ยังให้บริการได้ปกติ เพียงแต่เพิ่มเที่ยวบินใหม่ไม่ได้ และปัจจุบันลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกสายการบินเองอยู่แล้ว หากเที่ยวเอเชียแปซิฟิกก็จะเลือกการบินไทยเป็นหลัก แต่กรณีเที่ยวยุโรปหรือสหรัฐก็จะใช้สายการบินที่หลากหลาย
จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย ระบุว่า การลดเกรดของเอฟเอเอจะไม่มีผลกระทบมากนัก แต่หากอีเอเอสเอปรับลดเกรดตามมาจะมีผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท เพราะในปี 2560 บริษัทมีแผนเพิ่มเส้นทางบินครั้งใหญ่
พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ผบ.ศบปพ.) กล่าวว่า จะเร่งแก้ปัญหาหลังเอฟเอเอลดระดับมาตรฐานด้านการบินของไทย โดยยอมรับว่าที่ผ่านมามีเวลาแก้ปัญหาน้อย ส่วนการประกาศผลการตรวจสอบของอีเอเอสเอในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ก็ได้แต่หวังในทางที่ดี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ไม่อยากให้นำกรณีเอฟเอเอไปขยายผล เพราะไม่เกิดประโยชน์แต่ต้องยอมรับว่ามาตรฐานการบินของไทยไม่ผ่านกติกา ก็ต้องช่วยกัน
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การลดเกรดด้านการบินไม่กระทบด้านรายได้ เพราะปัจจุบันไม่มีสายการบินของไทยบินไปสหรัฐโดยตรง แต่จะมีผลกระทบในเรื่องการเข้าเที่ยวในไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
“ในเชิงของความรู้สึกก็มีการมองในแง่ว่า ทำไมช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ก็จะมองปัญหานี้ในทางที่สร้างสรรค์ คือ กระทรวงคมนาคมต้องใช้โอกาสนี้ในการพัฒนามาตรฐานการบินของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล ถ้าสามารถทำทุกอย่างให้ได้มาตรฐานในที่สุดก็จะมีการปรับอันดับไทยเข้าสู่ฐานะปกติเอง”
สมคิด กล่าวว่า หากไทยปรับปรุงมาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยการบินได้ตามขั้นตอน ก็ไม่ต้องมีแผนสำรองอะไร แต่ฝ่ายที่คิดว่าต้องมีแผนสำรองไว้ คือ บริษัท การบินไทย
“หากสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยได้ว่าเราจะสามารถกลับคืนสู่สถานภาพเดิม และเมื่อนั้นต่างชาติก็จะให้ความมั่นใจเช่นกัน” สมคิด กล่าว
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการจัดการกับผู้รับผิดชอบที่ทำให้ประเทศไทยถูกลดมาตรฐานด้านการบินว่า “เรื่องนี้อย่าไปบอกว่าใครผิดซ้ำหรือผิดซาก เพราะข้อบกพร่องต่างๆ เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว และก็มีการแก้ไขกันมาตลอด แต่กระบวนการออกใบรับรองผู้เดินอากาศใหม่ (AOC Re-certification) ต้องใช้เวลา เพราะผู้เชี่ยวชาญมีไม่เพียงพอ และหากจะจ้างนักบินหรือผู้เชี่ยวชาญจากสายการบินต่างๆ เช่น สายการบินไทย หรือกองทัพ คนเหล่านี้ก็ต้องเข้าอบรมเพื่อเป็นผู้ตรวจสอบ”







