posttoday
บีบ ‘อุดมเดช’ ลาออก ลดแรงเสียดทาน คสช.

บีบ ‘อุดมเดช’ ลาออก ลดแรงเสียดทาน คสช.

03 ธันวาคม 2558

เงื่อนงำความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์ยังเป็นปมร้อนกัดกร่อน “กองทัพ” และคสช. ต่อเนื่อง จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.อุดมเดช อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะแม่งาน ลาออกเพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เงื่อนงำความไม่โปร่งใสในโครงการอุทยานราชภักดิ์ยังเป็นปมร้อนกัดกร่อน “กองทัพ” และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดเกิดกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. ในฐานะแม่งาน ลาออกเพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้

ทว่า พล.อ.อุดมเดช ยืนยันชัดเจนไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมระบุเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์กับการทำงาน “โครงการดังกล่าวมีขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนคนไทยมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจทำให้เป็นสมบัติของชาติ ไม่เคยคิดหวังเอาประโยชน์อะไรกับสิ่งเหล่านี้ ดำเนินการมาด้วยความตั้งใจและโปร่งใส ทำให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

“ดังนั้นวันนี้หากมีคนไม่เข้าใจหรือเขาไม่ปรารถนาดีอย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนจะมีการเมืองหรือไม่ ทุกคนคิดได้”

แม้ผลสอบจากคณะกรรมการชุดที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. แต่งตั้ง พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล มาเป็นประธานสอบสวนนั้นจะออกมาโปร่งใส ทุกอย่างดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่สังคมยังกังขาในความโปร่งใสของโครงการนี้ เพราะที่ผ่านมาปรากฏข้อมูลจาก พล.อ.อุดมเดช​ เรื่องหัวคิวโรงหล่อ ที่ระบุชัดเจนว่าต่อมามีการบริจาคเงินคืนแล้ว

ทำให้ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตั้ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกลาโหม เป็นประธานกรรมการตรวจสอบอีกชุดหนึ่ง คู่ขนานไปกับการรอหน่วยงานภายนอกที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

ยิ่งล่าสุดเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ทหารคุมตัว จตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สองแกนนำ นปช. ระหว่างการลงพื้นที่จนเกิดการเคลือบแคลงว่าเป็นความพยายามสกัดการตรวจสอบโครงการนี้ ท่ามกลางคำชี้แจงจาก คสช.ว่า ทั้งคู่มีพฤติกรรมทำนองปลุกปั่นให้เกิดความไม่เรียบร้อย

ดังนั้น ในวันนี้ที่ยังไม่มีชุดข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนมาประกอบคำอธิบายยืนยันถึงความโปร่งใสของโครงการนี้ มากกว่าคำชี้แจงของ ผบ.ทบ. ย่อมทำให้ปมนี้ยังเป็นปัญหา และเปิดช่องให้กลุ่มตรงข้ามหยิบไปถล่มต่อเนื่อง

ปัญหาอยู่ตรงที่เงื่อนงำความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นย้อนกลับมาทำลาย “ศรัทธา” และ “ความหวัง” ว่า คสช.​และบรรดากลไก แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ตั้งขึ้นมาสังคายนาประเทศรอบนี้ จะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปได้

ดังนั้น กระแสกดดันให้ พล.อ.อุดมเดช จึงย้อนกลับมาเป็นแรงบีบมากขึ้น เพราะต้องการให้เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่จะวางบรรทัดฐานต่อไปให้สังคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผลสอบออกมายืนยันความผิด แต่ในฐานะหัวเรือใหญ่ ย่อมจำเป็นต้องรับผิดชอบกับการปล่อยปละให้เกิดความไม่โปร่งใส ไม่ว่าในขั้นตอนกระบวนการใด

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องยกไปเปรียบเทียบกับโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลก่อนที่ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกำลังถูกไล่บี้กับการปล่อยปละให้เกิดความเสียหาย

​สอดรับกับความเห็นของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาเรียกร้องไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายการเมืองลาออก และจะต้องมีการสอบสวนหาผู้กระทำผิดต่อ

“หากปล่อยให้ยืดเยื้อจะลุกลาม บั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาล ผมเห็นว่าความรับผิดชอบทางการเมืองต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตัดสินใจลาออกไม่ได้เป็นการแสดงว่าผิดหรือถูก เพราะผิดหรือถูกจะต้องถูกชี้โดยกรรมการ และหน่วยงานที่ตรวจสอบเรื่องนี้” อภิสิทธิ์ กล่าว

ทว่า หากมองอีกด้านหนึ่ง การลาออกอาจถูกตีความว่าเป็นการยอมรับผิด หรือยอมรับว่ามีส่วนในการกระทำทุจริตที่จะถูกหยิบยกไปเป็นปมโจมตีต่อไปในอนาคต

ซึ่งชัดเจนว่าการ “ลาออก” นอกจากจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานแล้ว อีกด้านหนึ่งยังช่วยลดแรงเสียดทานที่จะย้อนมายังกองทัพและ คสช.ซึ่งกำลังฉุดรั้งความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมไม่เป็นผลดีในระยะยาว

ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่ พล.อ.อุดมเดช ต้องชั่งน้ำหนักและตัดสินใจเองอย่างรอบคอบ เมื่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร โยนให้เป็นเรื่องของ พล.อ.อุดมเดช ที่ต้องตัดสินใจ

ส่วนจะมีบางกลุ่ม “นั่งยิ้ม” หรือ “ยิงนกได้หลายตัว” อย่างที่ พล.อ.อุดมเดช ระบุหรือไม่ คงต้องรอดูกันยาวๆ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69