
เชื่อมั่น 'อีซีบี' อัดคิวอี พายุโรปหนีเงินฝืด
ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกมีกำหนดการประชุมนโยบายการเงินส่งท้ายในปี 2015 นี้ และสำหรับสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางแรกที่ต้องจับตามองคือ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารให้สัญญาณจากการประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือน ต.ค.ว่า จะขยายมาตรการซื้อคืนพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) นั่นเอง
ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกมีกำหนดการประชุมนโยบายการเงินส่งท้ายในปี 2015 นี้ และสำหรับสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางแรกที่ต้องจับตามองคือ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารให้สัญญาณจากการประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือน ต.ค.ว่า จะขยายมาตรการซื้อคืนพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) นั่นเอง
อีซีบีประกาศใช้มาตรการซื้อคืนพันธบัตรครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2015 โดยเริ่มต้นในเดือน มี.ค. ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2016 ด้วยมูลค่าซื้อคืนพันธบัตรเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อที่ตอนนั้นหดตัวลงไปติดลบ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการส่งออกด้วยค่าเงินที่อ่อนลงเพิ่มศักยภาพการแข่งขันอีกด้วย
ทว่า จากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อล่าสุดของยูโรโซนอยู่ที่ 0.1% ในเดือน ต.ค. ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ “ต่ำกว่า 2% แต่ใกล้เคียง 2%” ที่อีซีบีตั้งเอาไว้นัก
ด้วยเหตุนี้ อีซีบีจึงส่งสัญญาณเรื่อยมานับตั้งแต่การประชุมเมื่อเดือน ต.ค. โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ดรากี ก็ระบุว่า อีซีบีจะดำเนินมาตรการที่ต้องทำโดยเร็วที่สุดเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นและความหวังต่อธนาคารกลางยุโรปเพิ่มสูงขึ้นทันที
สังเกตได้จากคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในหมู่ผู้บริโภคสำหรับอีก 12 เดือนของเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา พุ่งสูงขึ้นไปถึง 3.7% จากเดือน ต.ค.ที่อยู่ที่แค่ 0.5% ในขณะที่คาดการณ์ราคาภาคอุตสาหกรรมก็ปรับขึ้นจาก -2.3% เป็น -0.7%
ความคาดหวังต่ออัตราเงินเฟ้อดังที่เห็นนั้นถือเป็นข่าวดีสำหรับอีซีบี เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกมักจะใช้การตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเป็นอาวุธ เพื่อให้ตลาดคาดหวังจะเกิดการลงทุนมากขึ้น จนเริ่มลงทุน และส่งผลให้เศรษฐกิจดีขึ้นนั่นเอง
นอกจากนี้ มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจยุโรปโดยภาพรวมยังปรับขึ้นมา อยู่ที่ 106.1 จุด ซึ่งมากที่สุดในรอบมากกว่า 4 ปี จากเดิมในเดือน ต.ค.อยู่ที่ 105.9 จุด จากความเชื่อมั่นในภาคการก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นจากติดลบ 20.7 จุด ในเดือน ต.ค. เป็น -17.8 จุด ในเดือน พ.ย. และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อยู่ที่ -5.9 จุด จากเดิมที่ -7.5 จุด
ขณะเดียวกัน แม้ความเชื่อมั่นในภาคการผลิตและการบริการจะปรับตัวลงไป แต่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ของยูโรโซนก็ปรับขึ้นมาตลอดทั้งปีนี้
พีเอ็มไอภาคการผลิตปรับขึ้นจาก 51 จุด ซึ่งพ้นเส้นแบ่งดีกับแย่ที่ 50 จุด มาอย่างฉิวเฉียด มาอยู่ที่ 52.8 จุด ในเดือน พ.ย. ในขณะที่ภาคการบริการ ซึ่งเป็นส่วนขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจยุโรป ปรับขึ้นจาก 52.6 จุด เป็น 54.6 จุด ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
ทว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงนับตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค. ติดลบลงไปถึง 4 เดือน จาก 10 เดือน และอยู่ที่ 0% ไปหนึ่งเดือนในเดือน เม.ย. ในขณะที่เดือนที่อยู่ในแดนบวกก็ต้วมเตี้ยมอยู่ที่ 0.1-0.3% เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้อีซีบีขยายมาตรการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้ออีก
จากผลสำรวจของรอยเตอร์ส คาดการณ์ว่า อีซีบีจะขยายระยะเวลาการใช้คิวอีออกไปจากเดิมที่จะสิ้นสุดโครงการในเดือน ก.ย. 2016 และขยายวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรจากเดิมที่ 6 หมื่นล้านยูโร เป็น 7.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.84 แสนล้านบาท)
นอกจากนี้ การขยายคิวอีหลังการประชุมในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จะยิ่งพิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่าดรากีพูดจริงทำจริง และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อคำพูดของดรากี ซึ่งดีต่อการใช้คำพูดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดในครั้งต่อๆ ไป
หากอีซีบีกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการซื้อคืนพันธบัตรเพิ่ม ในปี 2016 อาจจะเห็นผลดีกว่าปี 2015 เนื่องจากปัจจัยลบอย่างเรื่องวิกฤตหนี้กรีซที่สร้างความผันผวนให้กับยุโรปและป่วนความเชื่อมั่นของนักลงทุน เริ่มจะหมดไปแล้ว
วิกฤตดังกล่าวได้รับการประนีประนอมจากทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และกรีซ จนยุโรปยอมปลดล็อกเงินช่วยเหลือ สถานการณ์ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจจากวิกฤตดังกล่าวจึงผ่อนคลายลง โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่
ผ่านมา ยุโรปได้ให้เงินช่วยเหลือกรีซก้อนแรกเป็นที่เรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาหรือวงเงินคิวอีของอีซีบีในครั้งนี้ อาจจะยากเสียหน่อย เนื่องจากที่ผ่านมาอีซีบีมีปัญหาในการหาพันธบัตรมาซื้อคืนเพื่อให้ถึง 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาล มาโดยตลอด
เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า เยอรมนีที่ต้องหาพันธบัตรมาซื้อคืนเดือนละ 1 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.79 แสนล้านบาท) เริ่มจะไม่สามารถหาพันธบัตรมาซื้อคืนให้ได้ตามเป้า โชคยังดีที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ซึ่งต้องการกระจายทุนสำรองและคงระดับค่าเงินหยวน ขายพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีทิ้งพอให้เยอรมนีมีพันธบัตรซื้อคืนได้ตามเป้าหมาย
เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์ส ต่างคาดการณ์ว่า อีซีบีจะขยายการซื้อคืนพันธบัตรออกไปจากการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลไปเป็นพันธบัตรเทศบาล หรือแม้กระทั่งหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล
ต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของอีซีบีให้ดี เพราะการเคลื่อนไหวของอีซีบีในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นให้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลาย สวนทางกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือกลับไปใช้มาตรการการเงินแบบเข้มงวด
แค่เพียงออกมาระบุว่าจะขยายมาตรการคิวอีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ค่าเงินยูโรก็อ่อนค่าเทียบเงินเหรียญสหรัฐลงไปแล้ว 7% และการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางทั้งสอง ย่อมส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าอย่างแน่นอน







