posttoday
คุมแก๊งทำร้ายพ่อ-ลูกปล้นทรัพย์ทำแผนสารภาพนำเงินซื้อยาเสพ

คุมแก๊งทำร้ายพ่อ-ลูกปล้นทรัพย์ทำแผนสารภาพนำเงินซื้อยาเสพ

01 ธันวาคม 2558

ตำรวจคุม 4 คนร้ายก่อเหตุทำร้ายพ่อ-ลูกบาดเจ็บก่อนปล้นทรัพย์ย่านศรีนครินทร์ สารภาพนำเงินไปเที่ยวเตร่ ซื้อยาเสพ

ตำรวจคุม 4 คนร้ายก่อเหตุทำร้ายพ่อ-ลูกบาดเจ็บก่อนปล้นทรัพย์ย่านศรีนครินทร์ สารภาพนำเงินไปเที่ยวเตร่ ซื้อยาเสพ

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่บริเวณหน้าบริษัทยูนิโค ศรีนครินทร์ เรสซิเดนซ์ ซอยศรีนครินทร์ 11 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.เมธา เจียมไกรศรี ผกก.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ร่วมกันควบคุมตัวนายเอกรินทร์ หรือฮารูน ทะสา, นายอัศดา หรือแมว นิติสาขา, นายอนุชา แก้วกุดฉิม และนายอำพล คุ้มม่วง อายุ 19 ปี เพื่อมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายหลังร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์และใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายนายชัยวัฒน์ บุญจรัส จนศรีษะแตก และน.ส.ภาณุรัตน์ บุญจรัส ได้รับอาการบาดเจ็บที่แขนทั้งสองข้างจนเป็นแผลฉกรรจ์ เหตุเกิดเมื่อ 03.30 น. วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังต่อศาลจังหวัดพระโขนงต่อไป

นายอัศดา รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนได้นั่งเสพยาสี่คูณร้อยอยู่ภายในบ้านพัก เมื่อทั้งหมดเกิดอาการมึนเมาจึงชวนกันออกล่าตระเวนหาเหยื่อเพื่อปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ซึ่งตนเป็นผู้ซ้อนท้ายนายเอกรินทร์ และให้อีกคันเป็นผู้ดูต้นทาง

กระทั่งชวนกันขี่มาจนถึงบริเวณป้ายรถประจำทางด้านหน้าปากซอยศรีนครินทร์ 11 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. พบน.ส.ภาณุรัตน์ กำลังเดินลงมาจากรถประจำทางโดยมีนายชัยวัฒน์ มารอรับก่อนพากันเดินเข้าที่พักภายในซอยดังกล่าว จากนั้นพวกตนจึงขี่รถตามประกบจนถึงจุดเกิดเหตุนายเอกรินทร์ ได้ขี่รถปาดหน้าผู้เสียหายก่อนรถจะล้มลงตนจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาพร้อมใช้เท้าถีบนายชัยวัฒน์จนเสียหลักล้มฟุบลงกับพื้น ทั้งนี้ได้นำมีดอีโต้ ขนาดความยาวประมาณ 30 ซม. จี้ชิงทรัพย์น.ส.ภาณุรัตน์ แต่ผู้เสียหายเกิดขัดขืนจึงใช้มีดกระหน่ำฟันเข้าที่แขนทั้ง 2 ข้าง จนกระทั่งเหยื่อยอมปล่อยทรัพย์สิน จากนั้นตนได้เดินกลับเข้าไปหานายชัยวัฒน์ พร้อมทั้งใช้มีดตีเข้าที่ศรีษะจนแตกอีกครั้งก่อนแยกย้ายกันหลบหนีกลับบ้านพัก

"เมื่อได้ทรัพย์สินมาพวกตนจะนำไปขายก่อนชวนกันไปเที่ยวเตร่ และส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อยาเพื่อผสมกับพืชกระท่อมให้กลายเป็น 4 คูณ 100 ซึ่งครั้งนี้ได้เงินทั้งหมดจำนวน 15,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ตนเคยถูกดำเนินคดีมาแล้วในข้อหาเสพกัญชา และลักทรัพย์ ตนรู้สึกเสียใจและกราบขอโทษต่อผู้เสียหายถึงการกระทำในครั้งนี้" นายอัศดา กล่าว

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฎนั้นสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน หลังจากนี้ตนจะมีมาตรการในเรื่องของร้านขายยา ในส่วนห้ามขายยาเขียว-เหลือง ให้กับเยาวชนเป็นอันขาด รวมทั้งจะประสานไปทางร้านทอง และร้านรับซื้อของเก่า ให้ช่วยกันตรวจตราผู้ที่นำสิ่งของมาขายให้อย่างรอบคอบเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการป้องกันเหตุอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นได้มีประชาชนจำนวนมากต่างเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งด่าทอและสาปแช่งถึงพฤติการณ์ที่โหดร้าย นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนกว่า 3-4 ราย ได้เข้ามารุมประชาทันฑ์ผู้ต้องหาโดยทางเจ้าหน้าที่ต้องรีบกันตัวออกไปก่อนเริ่มการทำแผนต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท