
ดีเอสไอ-ตร.โบ้ยเพชร5ล.
ผอ.คุมห้องมั่นคงดีเอสไอพร้อมเข้าเครื่องจับเท็จท้าพิสูจน์เพชร5ล้าน ผกก.สน.ปทุมวันเจ้าของท้องที่ยันไม่ได้ทำคดีนี้เผยผู้ต้องหาพร้อมของกลางถูกส่งให้ทหาร พ.ท.สิทธิพร เจริญพุฒิ ผู้อำนวยการส่วนรักษาของกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า พร้อมเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อพิสูจน์ความจริง กรณีเครื่องเพชรมูลค่า 5ล้านหายไปจากบัญชีของกลาง เพื่อให้ได้ข้อยุติและเกิดความชัดเจน
ผอ.คุมห้องมั่นคงดีเอสไอพร้อมเข้าเครื่องจับเท็จท้าพิสูจน์เพชร5ล้าน ผกก.สน.ปทุมวันเจ้าของท้องที่ยันไม่ได้ทำคดีนี้เผยผู้ต้องหาพร้อมของกลางถูกส่งให้ทหาร
พ.ท.สิทธิพร เจริญพุฒิ ผู้อำนวยการส่วนรักษาของกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า พร้อมเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อพิสูจน์ความจริง กรณีเครื่องเพชรมูลค่า 5ล้านหายไปจากบัญชีของกลาง เพื่อให้ได้ข้อยุติและเกิดความชัดเจน
พ.ท.สิทธิพร ชี้แจงว่า ได้รับมอบเครื่องเพชรของกลางจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นำไปเก็บที่ตู้เซฟในห้องมั่นคงของดีเอสไอ และเป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟคนเดียว วันที่ 2 ก.ค.เจ้าของร้านเพชรได้มาขอดูกลาง
ต่อมา ทราบว่ามีการไปร้องเรียนกับรมว.ยุติธรรม ว่าทรัพย์สินหาย3รายการ ประกอบด้วย ต่างหู 2 คู่ และแหวน 1 วง จากจำนวนทั้งสิ้น 40 รายการ ดังนั้น เพื่อความกระจ่างอยากให้เจ้าของเครื่องเพชรนี้นำรายการทรัพย์สิน มาเปิดกาง และตรวจสอบร่วมกันทีละชิ้น เพราะอาจหลงหูหลงตามองไม่เห็นหรือซุกซ่อนอยู่ในถุงก็เป็นได้
พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า คดีเพชรถูกขโมย5ล้านท้องที่ไม่ได้ดำเนินการ สอบถามทราบว่าภายหลังที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องเพชรคืนจากผู้ชุมนุมที่อยู่ในวัดปทุมวนารามฯ ทราบว่า เป็นตำรวจอยู่ที่ต่างจังหวัดเป็นผู้ตรวจยึด จากนั้น ได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ทหาร ที่ประจำการอยู่บริเวณวัดปทุมวนารามฯเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาดำเนินคดีที่สน.แต่อย่างใด
"ผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งไปยังศอฉ.ก่อนจะส่งมอบไปยังดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีตำรวจสน.ปทุมวัน ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ หลังเกิดเหตุเจ้าของร้านเพชรก็ไม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด"







