
นับถอยหลัง
วันนี้ถือว่าเริ่มต้นเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2015 ที่หลายคนคงจะเริ่มนับถอยหลังสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่กันแล้วนะคะ หลังจากที่ฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากกันมาตลอดทั้งปี
วันนี้ถือว่าเริ่มต้นเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2015 ที่หลายคนคงจะเริ่มนับถอยหลังสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่กันแล้วนะคะ หลังจากที่ฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากกันมาตลอดทั้งปี
แต่สำหรับเศรษฐกิจและการเมืองโลก เดือน ธ.ค.ปีนี้คงไม่ใช่ช่วงที่จะพักหายใจหายคอกันง่ายๆ เพราะมีประเด็นร้อนที่ต้องเคาะกันเยอะไปหมด เพื่อกำหนดทิศทางสำคัญๆ ในปีถัดไป
เฉพาะในสัปดาห์นี้ก็มีประเด็นใหญ่ที่ต้องตามกันถึง 4 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือ การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือ COP 21 ที่เริ่มไปแล้วเมื่อวานนี้และยาวต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า ต้องดูว่าพวกกลุ่มประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่จะสามารถเคาะข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ออกมาได้หรือไม่
แต่ที่เด่นที่สุดในสัปดาห์นี้ต้องยกให้การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 3 ธ.ค. เบื้องต้นค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า มาริโอ ดรากี ประธาน อีซีบี จะเพิ่มมาตรการกระตุ้นอัดฉีดเศรษฐกิจ
ครั้งใหม่ พร้อมหั่นดอกเบี้ยอีกระลอก จากปัจจุบันที่มีการใช้คิวอีต่อเนื่องอยู่แล้วเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2016 ก็เป็นที่คาดกันว่าอาจจะขยายวงเงินเพิ่มเป็นเดือนละ 7.5 หมื่นล้านยูโร ออกไปจนถึงสิ้นปีหน้าแทน
เพราะขนาดยังไม่มีระเบิดปารีส เศรษฐกิจยูโรโซนก็ขยายตัวได้เพียง 0.3% เท่านั้น นี่ยิ่งมีวินาศกรรมเขย่าขวัญไปทั่วยุโรป แถมยังต้องมีภาระค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มจากผู้อพยพซีเรีย จึงยิ่งต้องอัดฉีดกระตุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
อีกเวทีสำคัญที่ต้องจับตาด้วยก็คือ การประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) ในวันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ ว่าจะลดหรือไม่ลดกำลังการผลิต เพราะหมายถึงสัญญาณราคาน้ำมันโลกในปีหน้า
ในวันศุกร์นี้ ยังต้องลุ้นการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐ เพราะจะเป็นการชี้ชะตาไปยังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นัดสุดท้ายของปีในวันที่ 15-16 ธ.ค. ส่วนใหญ่แล้วนักวิเคราะห์คาดการณ์เป็นเสียงเดียวกันว่าเฟดน่าจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยได้
หากไม่มีอะไรผิดแผน ก็จะทำให้ปี 2015 นี้ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนทิศนโยบายการเงินโลก เพราะเฟดทั้งยุติมาตรการคิวอี และทั้งขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันในปีนี้ หลังจากที่ใช้นโยบายผ่อนคลายมานานตั้งแต่ปี 2008 จนเกิดฟองสบู่การเก็งกำไรสินทรัพย์ไปทั่วโลก ทั้งตลาดหุ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ก็จะถือเป็นปีแห่งการปะทะกันทางนโยบายการเงินครั้งใหญ่ด้วย เพราะอีซีบีจะกระตุ้นเพิ่มสวนทางกัน ส่วนแบงก์ชาติประเทศอื่นๆ ก็ดูจะไม่มีใครแข็งแรงพอที่จะขึ้นดอกเบี้ยตามสหรัฐได้ในเร็วๆ นี้
เศรษฐกิจโลกปีหน้าที่ใครๆ เขาว่าจะดีขึ้น จึงอาจจะไม่ได้ดีขึ้นเร็วพออย่างที่คาดหวังได้ ฉะนั้นนับถอยหลังเตรียมหยุดปีใหม่กันให้หายเหนื่อย แล้วค่อยฮึดกลับมาสู้กันต่อปีหน้าดีกว่าค่ะ







