
ครูพึ่งศาลปกครอง ชะลอแบงก์ฟ้องหนี้
แกนนำครูเตรียมล่าชื่อขอศาลปกครองคุ้มครองครูผิดนัดชำระเป็นหนี้ 1.3 หมื่นราย
แกนนำครูเตรียมล่าชื่อขอศาลปกครองคุ้มครองครูผิดนัดชำระเป็นหนี้ 1.3 หมื่นราย
นายปรีชา เมืองพรหม นายกสมาคมพัฒนาครูไทย เปิดเผยว่า กำลังรวบรวมรายชื่อและสัญญาจากครูที่เป็นหนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ให้ได้จังหวัดละ 100 คน เพื่อยื่นฟ้องศาลปกครองคุ้มครองครูประมาณ 1.3 หมื่นราย ขอให้ชะลอการฟ้องร้องครูกลุ่มที่เป็นหนี้ทั้งหมด
ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการในฐานะนิติบุคคลหรือในนามของสมาคม หลังธนาคารออมสินระบุว่า ธนาคารมียอดสินเชื่อครู 4.7 แสนล้านบาท คิดเป็น 4.7 แสนราย มีหนี้เสียราว 2,000
ล้านบาท คิดเป็น 0.29% ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือน 1.3 หมื่นราย ทวงถามหนี้ไปแล้ว มีผู้ติดต่อขอชำระกว่า 5,000 ราย
นายปรีชา กล่าวว่า การรวบรวมรายชื่อเพื่อฟ้องศาลปกครองครั้งนี้จะทำให้ครูประหยัดค่าใช้จ่ายในการฟ้องเป็นรายบุคคล และเป็นการดำเนินการหลังจากพิจารณาสัญญาการกู้ยืมระหว่างครูทำกับ สกสค.และธนาคารออมสินแล้วพบรายละเอียดที่ครูท้วงติงร่วมกัน เช่น ในสัญญาการกูยืมที่บีบบังคับให้ครูขายทรัพย์สิน บ้าน ที่ดิน หากไม่มีเงินจ่ายหนี้สินและหากครูที่เป็นหนี้เสียชีวิตก่อนอายุ 86 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาไว้ ลูกหรือสมาชิกในครอบครัวจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้หนี้สิน ซึ่งพบว่ามีครูจำนวนมากยังไม่ทราบเรื่อง
นายกสมาคมพัฒนาครูไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งตั้งคณะทำงานของสมาคมเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครูร่วมกับคณะทำงานของ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาครูกลุ่มที่จะถูกฟ้อง โดยอาจเสนอให้ใช้วิธีการรวมหนี้ ยืดเวลาปลดหนี้ และลดดอกเบี้ย รวมถึงตั้งกองทุนพัฒนาครูให้เร็วที่สุด
น.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า กยศ.และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ได้ร่วมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ กยศ.-กรอ. เพื่อชาติ เพื่อเป็นต้นแบบขององค์กรนายจ้างที่ดีโดยจะหักเงินเดือนบุคลากรส่งคืนกองทุนเพื่อให้โอกาสรุ่นน้องได้เรียนต่อ อีกทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงของบุคลากรที่เป็นผู้กู้ยืมเงินกองทุนไม่ให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือถูกบังคับคดี







