
กมธ.- ส.ว. หนุนรัฐเลิกแปลงสัญญาสัมปทาน 2 จี
กมธ.สภาและส.ว. หนุนรัฐยกเลิกแปลงสัญญาสัมปทาน 2 จี ติงอย่าเหมารวมประมูล 3 จี พร้อมจัดเสวนาระดมสมองปชช.แสดงความเห็น
กมธ.สภาและส.ว. หนุนรัฐยกเลิกแปลงสัญญาสัมปทาน 2 จี ติงอย่าเหมารวมประมูล 3 จี พร้อมจัดเสวนาระดมสมองปชช.แสดงความเห็น
ที่รัฐสภา นายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานที่ปรึกษคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงข่าวจับมือจัดสัมมนาเรื่อง "ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม" ที่ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี ในวันที่ 28 ก.ค.นี้
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถึง 23 มาตรา อาทิ เพิ่มจำนวนคณะกรรมการกสทช.จาก 11 คน เป็น 15 คน เพิ่มคุณสมบัติคณะกรรมการกสทช. ขยายคุณสมบัติของกรรมการจากอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีแต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ มาเป็นมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีแต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ ฯลฯทั้งหมดล้วนมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งสิ้น จึงขอเชิญชวนให้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนที่ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลใน ทางกฎหมาย
ด้านนพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีแนวทางที่จะแปลงสัญญาสัมปทานมาเป็นการออกใบอนุญาต และเปลี่ยนสัดส่วนรายได้ให้ชัดเจนมากขึ้นนั้น เชื่อว่าเป็นเพราะรัฐบาลต้องการจะหาจุดสมดุล ซึ่งรายได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่จะต้องใกล้เคียงกับรายได้เดิมที่รัฐบาล เคยได้รับ ประชาชนต้องได้ประโยชน์ ขณะที่ผู้ประกอบการต้องมีแรงจูงใจที่จะให้บริการประชาชนที่อยู่พื้นที่ห่าง ไกลความเจริญด้วย เชื่อว่ารัฐบาลเองต้องการให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์ระบบ 3 จีเท่ากับกับต่างประเทศ แต่ยอมรับว่า จากการพูดคุยกับสมาชิกวุฒิสภายังมีความเป็นห่วงโครงสร้างสัญญาสัมปทานโทร คมนาคมที่อาจเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการรายได้ที่ได้รับสัมปทานมายื่นขอใบ อนุญาตใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินให้รัฐในสัดส่วนสูงที่มีอยู่ในสัญญา เดิม
ด้านนายอนันต์ วรธิติพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ การสื่อสาร และเทคโนโลยี วุฒิสภา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการแปลงสัญญาสัมปทานมาเป็นใบอนุญาต แต่ไม่ควรจะนำมาเกี่ยวข้องกับการอนุมัติระบบ 3 จี เพราะการแปลงสัญญาสัมปทานคู่สัญญาคือภาครัฐและเอกชนจะต้องเห็นชอบร่วมกัน และเจรจากันก่อน ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กำหนด หากมีการแปลงสัญญาใหม่แล้วผู้แปลงสัญญาต้องมารับใบอนุญาตใหม่จากกทช. ดังนั้นการจะให้กทช.เป็นผู้อนุมัติเลยนั้นไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงการนำใบอนุญาตใหม่มาให้ภาคเอกชนจะเข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมกันหรือไม่ อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาให้รอบก่อนที่ตัดสินใจ เพราะอาจจะมีปัญหาอื่นๆตามมา







