posttoday
"ไพบูลย์" ยอมรับปมราชภักดิ์กระทบรัฐบาล

"ไพบูลย์" ยอมรับปมราชภักดิ์กระทบรัฐบาล

30 พฤศจิกายน 2558

พล.อ.ไพบูลย์ยอมรับประเด็นโครงการราชภักดิ์กระทบรัฐบาล แนะคนเกี่ยวข้องควรชี้แจงให้ชัดเจนในแต่ละเรื่องเคลียร์ข้อสงสัยสังคม

พล.อ.ไพบูลย์ยอมรับประเด็นโครงการราชภักดิ์กระทบรัฐบาล แนะคนเกี่ยวข้องควรชี้แจงให้ชัดเจนในแต่ละเรื่องเคลียร์ข้อสงสัยสังคม

มื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีทหารควบคุมตัวนายนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อและนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เดินทางไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ ว่า ส่วนตัวไม่รู้ว่าคนที่รวบตัวมีเหตุผลอะไร แต่พื้นฐานการควบคุมตัวทหารคงจะมีเหตุผลด้านความมั่นคง และเจ้าหน้าที่เขาอาจมีเหตุในการทำงาน  ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครทำโดยที่ไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ก่อนหน้านี้คสช.ไม่ได้พูดคุยกรณีนายจตุพรและนายณัฐวุฒิจะเดินทางไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์อาจจะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงดูแลเรื่องนี้และตนไปตอบแทนคนอื่นไม่ได้

ส่วน พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสมควรจะลาออกหรือไม่ ตนเห็นว่าการลาออกจากรัฐมนตรีเป็นเรื่องของคนสองคนคือ พล.อ.อุดมเดชกับนายกฯ ซึ่งไม่มีใครตอบแทนได้ และขณะนี้ถ้าตนตอบด้วยเหตุของกฎหมายและเหตุของเหตุการณ์วันนี้ต้องบอกว่าเรากำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ซึ่งการสอบสวนยังไม่มีข้อยุติ แล้วจะให้พล.อ.อุดมเดชลาออกด้วยเหตุผลใด ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่าประเด็นใด ถ้าให้ลาออกด้วยประเด็นการกระทำความผิด แต่ตอนนี้การสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติ

อย่างไรก็ตามถ้าจะเทียบเคียงเรื่องนี้กับกรณีคสช.มีคำสั่งใช้มาตรา44 เพื่อดำเนินการกับข้าราชการพัวพันทุจริต กรณีดังกล่าวนั้นคือ ขณะนั้นศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) ที่ได้ตรวจสอบแล้วชี้ว่ามีมูลของการกระทำความผิดและมีหลักฐานเพียงพอและตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และการกระทำความผิดยังไม่ยุติตามกระบวนการยุติธรรม แต่ได้ยุติในขั้นของการตรวจสอบของศอ.ตช.แล้วถึงได้มีการประกาศรายชื่อข้าราชการพัวพันทุจริตออกมาแล้วถึงได้สั่งพักงานข้าราชการดังกล่าว เพื่อจะได้ตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมต่อไป ดังนั้นเรื่องนี้ก็เหมือนกัน เพราะขณะนี้ในเบื้องต้นศอ.ตช.ยังตรวจสอบกรณีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ไม่แล้วเสร็จ ถ้าจะให้พล.อ.อุดมเดชลาออกเพื่อให้การตรวจสอบมีความโปร่งใสและลดกระแส เหมือนกับกรณีใช้มาตรา44กับข้าราชการทุจริตนั้นมันคงไม่ใช่ เพราะมันยังไม่มีผลสรุป

เมื่อถามว่าทหารปกป้องกันเองหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าอะไรคือการปกป้อง อย่าถามเป็นทฤษฎีว่าต้องมีการปกป้องพวกเดียวกันและการตรวจสอบต้องรู้กัน มันเป็นทฤษฎีที่คาดเดาได้ อย่าคิดว่ารัฐบาลจะทำเหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมา ควรจะรอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อน แล้วถ้าไม่ใช่ให้ใครมีหลักฐานหาหลักฐานมาโต้แย้งแล้วมานั่งคุยกับตน ในเมื่อเรื่องนี้มันเป็นกระแสทั้งๆที่เรื่องนี้เป็นการตรวจสอบการทุจริตทั่วไปเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่มีคนในรัฐบาลเกี่ยวข้องแล้วมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามมันถูกลือสะพัดจนกลายเป็นประเด็นไปแล้ว

"ผมยอมรับว่ามันมีผลกระทบต่อรัฐบาลตนไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ และอยากให้ประชาชนมองปัญหาให้ชัดอย่ามองคนช่างพูดแล้วปะติดปะต่อเรื่องมาทำลายและดิสเครดิตกันมันไม่ถูก ดันนั้นคนที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงในแต่ละเรื่อง ตอบให้ถูกว่าสังคมสงสัยเรื่องอะไร"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องผู้ต้องหาขอนแก่นโมเดลที่ถูกออกหมายจับขณะที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ต้องหาใช้โทรศัพท์มือถือโทรออกมาจากเรือนจำเพื่อสั่งการในการกระทำความผิด  เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงานอะไร ขอไปสอบถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก่อน แต่ถ้าตรวจสอบได้ว่ามีการใช้โทรศัพท์ในเรือนจำจะทำการสั่งย้าย ผบ.เรือนจำนั้นทันที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท