posttoday
รู้ทันประกันชีวิต

รู้ทันประกันชีวิต

30 พฤศจิกายน 2558

ในโลกของสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิเสธการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยบริษัทอ้างว่าผู้ทำประกันปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง บริษัทจึงบอกล้างโมฆียะกรรม เลิกสัญญาประกัน ไม่จ่ายเงินประกัน คืนให้แต่เบี้ยประกันที่ส่งไปแล้วเท่านั้น

ในโลกของสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิเสธการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยบริษัทอ้างว่าผู้ทำประกันปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง บริษัทจึงบอกล้างโมฆียะกรรม เลิกสัญญาประกัน ไม่จ่ายเงินประกัน คืนให้แต่เบี้ยประกันที่ส่งไปแล้วเท่านั้น

หลักการสำคัญของการประกันชีวิต คือ การเตรียมการไว้ล่วงหน้าสำหรับผู้ที่มีภาระต้องหาเงินในอนาคต เช่น ผู้ที่ทำมาหากินเป็นแหล่งรายได้คนเดียวของครอบครัวที่มีหนี้สิน เช่น ต้องผ่อนบ้าน หรือคนทำธุรกิจที่เป็นหนี้ธนาคาร คนที่เป็นหลักหาเงินอย่างนี้ ถ้าเกิดล้มหายตายจากไปก่อน ครอบครัวจะเดือดร้อน ไม่มีคนหาเงินผ่อนบ้านต่อ บ้านอาจจะถูกยึด หรือธุรกิจต้องล้ม ไม่มีคนรับช่วงสืบทอดธุรกิจใช้หนี้ธนาคารต่อไปได้ ถ้าได้ทำประกันไว้ก็จะมีเงินสำหรับคนที่อยู่ข้างหลังจะได้ไม่ต้องลำบากมาก

การทำประกันชีวิตจึงเป็นการประกันความเสี่ยง ทั้งนี้เพราะสัญญาประกันเป็นสัญญาที่สาระสำคัญขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ทั้งผู้ทำประกันและผู้รับประกัน ในส่วนของผู้ทำประกัน ถ้าตายเร็วการประกันก็ถือว่าคุ้ม ถ้าตายช้าจนครบกำหนดเวลาประกัน เงินที่ได้คืนจะไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้รับ บริษัทผู้รับประกันก็เสี่ยงเช่นเดียวกัน ถ้าผู้ทำประกันตายเร็ว บริษัทก็ขาดทุน ถ้าผู้ทำประกันตายช้า บริษัทก็ได้กำไรจากการนำเงินไปหาดอกผลซึ่งได้มากกว่าผลตอบแทนที่ให้คืนกับผู้ทำประกัน

หลักการในการทำประกัน จึงเป็นหลักการที่ดี แต่การทำประกันชีวิตในระยะหลังๆ บริษัทจะมีวิธีการชักจูงโดยการรวมการออมเงินเข้าไปด้วย มีการปันผลคืนให้บ้าง เป็นการจูงใจให้คนอยากทำประกัน เพราะหลักการที่แท้จริงของการประกันคือ คนประกันไม่ได้ใช้เงิน ผู้ที่จะได้เงินคือผู้รับประโยชน์ที่ยังมีชีวิตอยู่ จะได้รับเงินเมื่อผู้ทำประกันจากไปแล้ว เมื่อมีแบบประกันที่คืนเงินให้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงดูดีมีโอกาสที่จะได้ใช้เงินของตนเองบ้าง

ฉะนั้น การทำประกันที่คุ้มค่าที่สุด จึงน่าจะเป็นกรณีส่งเบี้ยประกันน้อย แต่ได้รับความคุ้มครองมาก ไม่จำเป็นต้องมีเงินคืน เพราะเงินที่คืนก็คือเงินของเราเอง

ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงกำหนดให้การทำประกัน คู่สัญญาต้องทำด้วยความสุจริตอย่างยิ่ง (ความจริงแล้ว ทุกสัญญาก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตทั้งนั้น) คู่สัญญาโดยเฉพาะผู้เอาประกัน จะต้องเปิดเผยความจริงให้บริษัททราบ โดยบริษัทจะมีสิทธิพิจารณาจะรับประกันหรือไม่ก็ได้ เพราะหากต้องรับทุกรายที่ขอประกันบริษัทก็คงตั้งอยู่ไม่ได้ เช่น ถ้ารู้ตัวว่าเป็นมะเร็งแล้วไปทำประกัน บริษัทคงไม่รับ เพราะถ้ารับก็ขาดทุนอย่างแน่นอน จะกลายเป็นว่า สัญญาไม่ใช่ความเสี่ยง เนื่องจากค่อนข้างแน่นอนว่า มะเร็งโดยเฉพาะระยะ 3 หรือ 4 โอกาสตายสูงมาก หากบริษัทประกันเจ๊ง ลูกค้ารายอื่นก็จะเดือดร้อนไปด้วย สำนักงานประกันภัยจึงต้องเข้ามาควบคุมกิจการประกันภัย เหมือนธนาคารแห่งประเทศไทยควบคุมกิจการธนาคาร

ข้อกฎหมายหลักในเรื่องประกันชีวิต บัญญัติไว้ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 “ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณีประกันชีวิตบุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป”

ในการทำประกันชีวิต บริษัทผู้รับประกันจะทำแบบสอบถามให้ตอบโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพว่าเป็นโรคอะไรบ้าง ซึ่งหมายถึงในขณะประกัน และผู้ทำประกันต้องรู้ว่าตัวเองเป็นโรคแต่ปกปิดไว้ กรณีอย่างนี้ถือว่าไม่สุจริต ถ้าบริษัทผู้รับประกันตรวจสอบพบ ก็มิสิทธิบอกล้างได้ แต่ถ้าผู้ทำประกันป่วยเป็นโรคร้ายแรงในขณะทำประกัน แต่ตัวเองไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการก็ตาม กรณีอย่างนี้จะถือว่าผู้ทำประกันปกปิดความจริงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากความเจ็บป่วยเห็นได้ง่ายๆ เช่น นั่งรถเข็น ผมร่วง ดูสภาพน่าจะทำคีโมมา หรือผู้ทำประกันเคยเข้าโรงพยาบาลบอกอาการเจ็บป่วย แต่ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร เพราะหมออาจจะยังหาสาเหตุไม่พบ หรือยังไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร กรณีอย่างนี้บริษัทอาจบอกล้างสัญญาประกันไม่ได้

มาตรา 866 ได้บัญญัติไว้ว่า “ถ้าผู้รับประกันภัยได้รู้ข้อความจริงดังกล่าวในมาตรา 865 นั้นก็ดี หรือรู้ว่าข้อแถลงความเป็นความเท็จก็ดี หรือควรจะได้รู้เช่นนั้น หากใช้ความระมัดระวังดั่งจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชนก็ดี ท่านให้ฟังว่าสัญญานั้นเป็นอันสมบูรณ์”

ปัญหาในทางปฏิบัติมักจะเกิดจากตัวแทนที่ไปขายประกันชีวิต ไม่ได้ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ทำประกัน อยากให้ลูกค้าทำประกัน เพื่อจะได้เงินคอมมิชชั่น ได้ผลงาน ตัวแทนบางคนไม่บอกความจริงหรือบอกความจริงไม่หมด บอกความจริงไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ทำประกันเข้าใจผิดได้ กรณีอย่างนี้มักจะเกิดปัญหาในภายหลัง เมื่อต้องเรียกร้องตามสัญญาประกัน

กรณีที่เป็นข่าวในโลกออนไลน์ คงต้องดูข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ที่แน่ๆ เป็นข่าวที่ส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว เท่าที่ดูความเห็นส่วนใหญ่ เป็นไปในทางลบกับบริษัทประกัน อาจเป็นเพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับบริษัทประกัน หรืออาจเป็นเพราะตัวแทนขายประกันที่ไม่ทำความเข้าใจให้ชัดเจน

ไม่ว่าอาชีพใด หากไม่ตั้งอยู่บนความสุจริต ทำงานโดยมองที่ค่าตอบแทนที่จะได้เป็นหลัก มักจะเกิดความไม่ถูกต้อง และจะเป็นปัญหาในภายหลัง ในที่สุดจะทำลายอาชีพของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69