
พลังงานจ่อซื้อไฟฟ้าลาวเพิ่ม
กระทรวงพลังงานเล็งเจรจาต่ออายุเอ็มโอยูซื้อขายไฟฟ้าไทย-ลาวมากกว่า 7,000 เมกะวัตต์
กระทรวงพลังงานเล็งเจรจาต่ออายุเอ็มโอยูซื้อขายไฟฟ้าไทย-ลาวมากกว่า 7,000 เมกะวัตต์
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาต่ออายุกรอบบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) โครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว จากเดิมที่กำหนดไว้ 7,000 เมกะวัตต์ ที่จะหมดอายุในปี 2558
ทั้งนี้ ตามกรอบเอ็มโอยูเดิมมีโครงการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบรวม 3,087 เมกะวัตต์ และมีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2,334 เมกะวัตต์ รวมทั้งหมด 5,421 เมกะวัตต์ โดยคงเหลือปริมาณไฟฟ้าที่จะซื้อขายได้อีกประมาณ 1,579 เมกะวัตต์
“เอ็มโอยูไทย-ลาวที่ตกลงไว้จะหมดอายุปีนี้ ซึ่งยังเหลือปริมาณไฟฟ้าตามกรอบที่ยังไม่มีโครงการรองรับอีก 1,579 เมกะวัตต์ ดังนั้นจะต้องมีการศึกษาเพื่อพิจารณาต่ออายุใหม่ ทั้งนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มมากกว่า 7,000 เมกะวัตต์ ตามเอ็มโอยูเดิมด้วย เนื่องจากศักยภาพของลาวมีกำลังผลิตไฟฟ้ามากถึง 2 หมื่นเมกะวัตต์” นายทวารัฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจารับซื้อไฟฟ้าใน สปป.ลาว ได้แก่ โครงการน้ำเทิน 1 กำลังผลิต 520 เมกะวัตต์ โครงการปากเบ่ง กำลังผลิต 798 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการที่มีศักยภาพอื่นๆ ได้แก่ เซกอง 4 กำลังผลิต 240 เมกะวัตต์ เซกอง 5 กำลังผลิต 330 เมกะวัตต์ น้ำกง 1 กำลังผลิต 75 เมกะวัตต์ เซนาคาม กำลังผลิต 660 เมกะวัตต์ รวมทั้งหมด 1,305 เมกะวัตต์
นายทวารัฐ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นแนวทางกระจายความเสี่ยงในการผลิตไฟฟ้า โดยมีเป้าหมาย 5 ประเทศ ซึ่งนอกจากประเทศลาว ยังมีการลงนามเอ็มโอยูกับประเทศเมียนมาตามโครงการที่มีศักยภาพ เช่น มายตง มายกก เชียงตุง ทะนินทะยี และมะริด รวม 8,690-9,890 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังทำเอ็มโอยูกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2560 ส่วนประเทศกัมพูชาลงนามเอ็มโอยูรับซื้อไฟฟ้าโดยไม่ระบุเวลารับซื้อ และการแลกเปลี่ยนไฟฟ้าจากมาเลเซีย ด้วยระบบส่งเชื่อมโยง 300 เมกะวัตต์
“ด้านสถานการณ์จากการใช้ไฟฟ้า 10 เดือนแรกของปี 2558 พบว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3.2% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปี 2559 อยู่ที่ระดับ 2.83-2.9 หมื่นเมกะวัตต์ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย และหากการผลิตไฟฟ้าในประเทศยังไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็จะทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบได้” นายทวารัฐ กล่าว







