
อินไซด์เหตุผลคงพรก.ฉุกเฉิน 16 จังหวัด
“หากมีการยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด กลุ่มแนวร่วมฯจะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวในทางที่จะขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง”
“หากมีการยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด กลุ่มแนวร่วมฯจะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวในทางที่จะขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง”
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
แม้กลุ่มคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม ความพยายามป่วนบ้านป่วนเมืองจะเบาบางลง แต่ใช่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อยเสียทีเดียว ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.) จึงมีความจำเป็นต้องคงพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินต่อไป
อย่างไรก็ตามแต่ เสียงเรียกร้องจากประชาชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดที่เห็นว่าสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยควรจะยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินได้แล้ว ก็ทำให้รัฐบาลเปิดประตูรับฟัง จนนำไปสู่การพิจารณายกเลิกประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินในบางจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง
จากการประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 24 จังหวัด ครม.มีมติเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ยกเลิกประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ น่าน นครสวรรค์ และนครปฐม ล่าสุดมีมติครม. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง สกลนคร ร้อยเอ็ด
จึงเหลือจังหวัดที่คงพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 16 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี มหาสารคาม หนองบัวลำภู มุกดาหาร อุดรธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น ชลบุรี และ สมุทรปราการ
การพิจารณายกเลิกรอบใหม่ และการคงไว้ในจังหวัดที่เหลืออีก 16 จังหวัด มีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพิจารณาจากข้อมูลการข่าวรอบด้าน คำนึงถึงความจำเป็น ไม่ใช่แค่ตามเสียงเรียกร้อง หรือการหวังผลทางการเมือง เหมือนอย่างที่กลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนำมาปลุกกระแสในขณะนี้
ดังปรากฎในเอกสาร(ศอฉ.) ลับมาก จำนวน 2 แผ่น ที่เสนอต่อที่ประชุมครม. วานนี้ โดยนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. เพราะนอกจากอ้างถึงข้อมูล ศอฉ. ยังมีการเสนอข้อมูลเหตุผลของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และฝ่ายความมั่นคงระดับพื้นที่ซึ่งมาจากแม่ทัพภาคที่ 1-3 ประกอบด้วย ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวเมื่อแจกแจงในที่ประชุมได้มีคำสั่งขอเก็บคืน
ถึงกระนั้นจากการตรวจสอบ พบว่า หน้าแรกมีการรายงานสถานการณ์ทั่วไปดังนี้ จากข้อมูลการข่าวฝ่ายความมั่นคงถึงแม้มีการประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ ยังพบการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในลักษณะกลุ่มย่อยๆตามพื้นที่ต่างๆ คงมีความพยายามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือนผ่านกลุ่มแนวร่วมฯเพื่อขยายผลสู่ประชาชนให้หลงผิด โดยมีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแห่งใหม่ ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน
ขณะเดียวกันมีการสร้างความวุ่นวายโดยพบกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวเข้าออกประเทศในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ไปในพื้นที่เป้าหมายเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง มีการปลูกฝังความคิดให้เยาวชนในทางที่ผิด ในด้านของฝ่ายข้าราชการ มีความพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ข้าราชการ และที่ต้องติดตามอย่างยิ่ง คงปรากฎพฤติการณ์ ข่มขู่ มุ่งลอบทำร้ายบุคคลสำคัญ เช่นเดิม
ดังนั้น หากมีการยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด กลุ่มแนวร่วมฯจะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวส่อไปในทางผิดกฎหมายขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ศอฉ.รายงานด้วยว่า ในส่วนของ 5 จังหวัดที่ได้ยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินตามมติครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. จากการติดตามสถานการณ์ ไม่พบการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผิดปกติ ประชาชน แนวร่วมฯ ไม่ต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูก ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร จึงมุ่งทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ขณะเดียวกัน แกนนำคนสำคัญถูกจับกุมหลายคน ทั้งนี้ เมื่อติดตามการเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่น พบว่าไม่พร้อมเคลื่อนไหว เพราะขาดปัจจัยแหล่งเงินทุนในการเคลื่อนไหว
เมื่อพลิกดูเหตุผลของศอฉ. ต่อการยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน 3 จังหวัดล่าสุด ศอฉ. รายงานว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวของแกนนำและประชาชนในการที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ไม่ปรากฎสิ่งบอกเหตุสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่ประสงค์ดี
อีกประการการจะยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง ซึ่งศอฉ.พบว่า จำนวนบุคลากร ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามพรก.ฉุกเฉิน ของหน่วยงานความมั่นคงตามสายงานปกติมีเพียงพอรองรับสถานการณ์ได้
ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ จึงเป็นเหตุผลให้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ในหนึ่งจังหวัดภาคเหนือ และสองจังหวัดจากภาคอีสาน
ภายหลังการรายงานของศอฉ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า เป็นห่วงเรื่องขาดความเข้าใจอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับศอฉ.และอำนาจของพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุมอย่างไรบ้าง จึงขอให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. จัดทำรายงานให้ตนเองทราบโดยละเอียด โดยนำเสนอนายกฯโดยตรง ขณะเดียวกันนำรายงานสถานการณ์จากการประกาศพรก.ฉุกเฉินเข้าที่ประชุม ครม.ทุกสัปดาห์
“ตอนนี้ ขนาดคนขับขี่รถทำผิดกฎหมายจราจร ยังอ้างศอฉ.สั่งจับเลย “ นายกฯกล่าว พร้อมกับมีเสียงหัวเราะกลางที่ประชุมครม.







