posttoday
สิ่งมหัศจรรย์แห่งวัดภูทอก

สิ่งมหัศจรรย์แห่งวัดภูทอก

29 พฤศจิกายน 2558

เรื่องราวความแปลกตา ชวนตื่นเต้นระหว่างเดินทางเข้าวัด และแฝงด้วยธรรมะมากมาย น้อยนักจะมีให้ยลและศึกษา นั่นคือ “วัดภูทอก”

โดย...เอกชัย จั่นทอง

เรื่องราวความแปลกตา ชวนตื่นเต้นระหว่างเดินทางเข้าวัด และแฝงด้วยธรรมะมากมาย น้อยนักจะมีให้ยลและศึกษา นั่นคือ “วัดภูทอก” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดเจติยาคิรีวิหาร” เป็นวัดป่าพระกัมมัฏฐาน ที่ท่าน “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” พระป่าสายกัมมัฏฐาน ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้มาสร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 เพื่อเป็น “รุกขมูลเสนาสนัง” สถานที่ปฏิบัติธรรมปลีกวิเวก ตัดกระแสโลกย์ เพียรปฏิบัติธรรม เพราะพื้นที่ป่าภูทอกมีความร่มรื่นสงบเงียบ เหมาะสำหรับปฏิบัติธรรมของพระสายกัมมัฏฐาน     เมื่อพระอาจารย์จวนบวชเป็นพระฝ่ายมหานิกาย ในขณะเดียวกันได้ยินชื่อเสียงของพระอาจารย์มั่น จึงได้เบนเข็มศาสนาเข้าอุปสมบทในคณะธรรมยุต สายกัมมัฏฐาน ตามรอยพระอาจารย์มั่น ก่อนฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพระอาจารย์มั่นเพื่ออบรมกัมมัฏฐาน กระทั่งพระอาจารย์มรณภาพลงในปี พ.ศ. 2492 นับว่าพระอาจารย์จวนเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายที่ได้ปฏิบัติธรรมฝึกอบรมกับพระอาจารย์มั่นโดยตรง ตลอดเวลาในช่วงอุปสมบท พระอาจารย์จวนได้ธุดงค์อยู่แต่ในป่าเขา ถ้ำ เป็นที่ปลีกวิเวกเหมาะแก่การนั่งกัมมัฎฐาน

เมื่อสิ้นเสาหลักแห่งสายกัมมัฏฐาน ความแน่วแน่ของพระอาจารย์จวนยังไม่เสื่อมคลาย ท่านออกเดินธุดงค์ไปยังสำนักของพระอาจารย์ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี เพื่อปฏิบัติธรรมอยู่นานหลายปี ในอดีตชาติพระอาจารย์ขาวและพระอาจารย์จวนเป็นพี่น้องกัน ทำให้การอยู่ร่วมกันไม่ขัดเขิน กับสนิทสนมเคารพนับถือกันอย่างมาก กระทั่งมีหนังสือจากพระเถระผู้ใหญ่ต้องการให้พระอาจารย์จวนกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่พระอาจารย์จวนมองว่าเป็นการขวางปฏิบัติธรรม จึงตัดสินไม่ตอบหนังสือดังกล่าว พร้อมกับขอลาพระอาจารย์ขาว มุ่งหน้าสู่การปลีกวิเวกอย่างแท้จริง

พระอาจารย์จวนได้ออกธุดงค์ยังหมู่บ้านดงหม้อทอง จ.สกลนคร โดยสร้างวัดเพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติกัมมัฏฐานขึ้น เดิมทีไม่มีใครกล้าเข้าไป เพราะเมื่อเข้าไปแล้วไม่มีใครเคยรอดชีวิตออกมาได้ หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่ กลับมีแต่สัตว์ร้ายมากมายชุกชุมไปหมด ตอนทำจงกรมก็มีเสือมาเดินข้างๆ พระอาจารย์จวนกลับไม่กลัวยังคงเพียรสมาธิเช่นเดิม หนำซ้ำยังบอกอีกว่า “ดีเสียอีกที่เรายังมีเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายอยู่ใกล้ๆ เช่นนี้” แม้รับรู้ว่าอันตรายตรงหน้ามีมากโข พระอาจารย์จวนก็ยังตัดสินใจเข้าไปอยู่ ผลที่ตามมาคือ อันตรายต่างๆ ดันหายไปหมด ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมาจับจองพื้นที่และสร้างเป็นหมู่บ้านขึ้นมามากมาย

ที่สุดแล้วเกิดผลเสีย เมื่อประชาชนที่เข้ามาจับจองพื้นที่มากขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำกัมมัฏฐาน  พระอาจารย์จวนจึงตัดสินใจย้ายออกจากที่นั้นไปประจำอยู่ที่ถ้ำจันทร์ กลางดงศรีชมภู จ.หนองคาย พื้นที่กลางดงแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายจำนวนมาก โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่อย่างชุกชุม มีบ้านของชาวข่า 2 หลัง ใช้ภาษาใบ้ในการพูดคุยสนทนา เพราะพูดภาษาไทยไม่ได้

ช่วงค่ำคืนหนึ่งขณะพระอาจารย์จวนกำลังนั่งเทศน์ มีช้างโขลงใหญ่ราว 30 เชือกส่งเสียงร้องก้องป่า พื้นดินสั่นไหวมุ่งหน้ามาตรงพระอาจารย์จวน ขณะนั้นผู้ฟังเทศน์เห็นแต่กลับไม่กล้าทำไรเพราะกลัว ทันใดพระอาจารย์จวนเปล่งเสียงออกมาว่า “ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวมันก็ไปเอง” พระอาจารย์จวนก็ตะโกนออกไปว่า “พระกำลังฟังเทศน์ไปหากินที่อื่นไป” ไม่นานช้างเหล่านั้นพากันออกห่างจากพื้นที่ เสมือนรู้ภาษาคน เหลือแต่เสียงเทศน์ของพระอาจารย์จวนบวกกับเสียงธรรมชาติ บรรยากาศจึงรายล้อมด้วยความเงียบสงบ

พระอาจารย์จวนเพียรภาวนาอยู่ที่ถ้ำจันทร์นานหลายปี เพราะเป็นพื้นที่ค่อนข้างสมบูรณ์อุดมไปด้วยธรรมชาติ ชาวบ้านและประชาชนจึงพากันมาตั้งปักหลักฐานอยู่รอบถ้ำจนเกิดความไม่สงบในการปฏิบัติธรรม ที่สุดจำต้องย้ายออกจากพื้นที่อีกครั้ง แล้วพระอาจารย์จวนได้เที่ยวปลีกวิเวกไปในสถานที่ต่างๆ หลายแห่งมากมาย และในที่สุดพระอาจารย์จวนก็ได้เข้ามาอยู่ที่ถ้ำภูทอก เป็นสถานที่ไม่ห่างไกลจากหมู่บ้านมากนัก แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติสวยงาม เพื่อปฏิบัติกัมมัฏฐานอย่างเงียบสงบ พร้อมกับสร้างเรื่องราวดีๆ ไว้มากมายจวบจนปัจจุบันซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเป็นที่นั่งกัมมัฏฐานของประชาชนด้วย

ปัจจุบันภูทอกนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้รับความนิยมอย่างมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยความแปลกตาสวยงามทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเรื่องราวแง่คิดคติธรรมช่วยสอนกล่อมเกลาจิตใจนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมด้วย เพราะหากจะหันซ้ายหันขวาจะมีคติธรรมติดเตือนใจไว้ ซึ่งภูทอกเป็นสถานปฏิบัติธรรมอันสันโดษ ปลีกวิเวกด้วยลักษณะอันโดดเด่นของขุนเขาและความสำคัญของการเป็นดินแดนธรรม เส้นทางแห่งศรัทธาที่สร้างรอบไหล่ผาภูทอก

ภูทอกมีจุดเด่นอยู่ที่เส้นทางแห่งศรัทธาที่พระ เณร และชาวบ้าน ได้ร่วมกันสร้างบันไดและสะพานเวียนรอบไหล่ผาไว้ตั้งแต่สมัยพระอาจารย์จวนก่อตั้งวัด และยังมีเส้นทางแห่งศรัทธามีทั้งหมด 7 ชั้น ที่ก่อสร้างด้วยไม้เป็นหลัก บางช่วงจะเป็นบันไดหินทราย บันไดลอดถ้ำ หรือทางเดินใต้เพิงผาถ้ำที่สร้างอิงแอบกับสภาพพื้นที่เพื่อความกลมกลืน ถือเป็นงานวิศวกรรมที่่ก่อสร้างด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีถ้ำพระวิหาร มีพระพุทธรูปประดิษฐาน พร้อมด้วยรูปพระอาจารย์จวนให้กราบไหว้บูชา

แม้ภูทอกจะเป็นสถานที่สำคัญขึ้นชื่อ แต่ปัจจุบันทางวัดยังคงเจตนารมณ์ของพระอาจารย์จวนไว้อย่างเหนียวแน่น นั่นก็คือ การติดป้ายประกาศเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่า “วัดภูทอก ท่านพระอาจารย์จวนก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานบำเพ็ญเพียรภาวนา ปฏิบัติธรรม วิปัสสนากัมมัฏฐาน โปรดเยี่ยมชมด้วยความสงบ เคารพสถานที่”

กระนั้นก็ตาม พระอาจารย์จวนยังมีเมตตาอนุญาตให้สร้างเหรียญของท่านไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกทางวัตถุมงคลถึง 3 รุ่น ใครมีครอบครองไว้มักจะแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69