
สายตรวจจักรยานบริการด้วยใจ
กระแสปั่นจักรยานในประเทศไทย กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งประเทศ ด้วยเพราะโครงการ “BIKE FOR MOM ปั่นเพื่อแม่”
โดย...สุนทร พงษ์เผ่า
กระแสปั่นจักรยานในประเทศไทย กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งประเทศ ด้วยเพราะโครงการ “BIKE FOR MOM ปั่นเพื่อแม่” จนมาถึง โครงการ “BIKE FOR DAD ปั่นเพื่อพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการที่จุดประกายให้ทุกคนในสังคมให้ความสนใจกับการปั่นจักรยานเพื่อเป็นการออกกำลังกาย และใส่ใจเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม ลดการใช้น้ำมัน และลดภาวะโลกร้อน
แต่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มตำรวจสายตรวจของ สภ.พระ นครศรีอยุธยา ดำเนินโครงการสายตรวจจักรยานมาตั้งแต่ปี 2546 หรือเป็นเวลา 12 ปีมาแล้ว เป็นโครงการต่อเนื่องจริงจัง ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสามัคคีของคนในองค์กรและชุมชน
ถึงวันนี้กระแสปั่นจักรยานกำลังฮิตติดลมบน ทำให้นายตำรวจกลุ่มนี้ยิ้มอย่างมีความสุข ที่คนทั่วประเทศรักและนิยมในการปั่นจักรยานพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.พระ นครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า โครงการตำรวจสายตรวจจักรยาน เพื่อบริการนักท่องเที่ยวและประชาชน ของโรงพักประสบความสำเร็จมากในทุกวันนี้ ปัจจุบันมีตำรวจทำหน้าที่โดยตรง 4 นาย และตำรวจเสริมอีก 8 นาย หรือตำรวจในสังกัดที่ทำหน้าที่อื่น แต่ชอบการปั่น หากออกเวรที่รับหน้าที่โดยตรงจะมาช่วยทำหน้าที่สายตรวจจักรยาน
นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัคร-จิตอาสา ที่รักในการปั่นเข้ามาช่วยงานอีกกว่า 40 คน แต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่รวมถึงอาสาสมัครกว่า 10 นาย ออกปฏิบัติหน้าที่ตามแหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานสำคัญๆ ทั่วเกาะเมืองกรุงเก่าและพื้นที่โดยรอบ อาทิ เขตพระราชวังโบราณ วิหารพระมงคลบพิตร บึงพระราม
แต่หากเป็นช่วงวันหยุดราชการ หรือวันเสาร์-อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เข้ามาปั่นจักรยานชมโบราณสถาน จะมีการเพิ่มกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ครบกว่า 40 คัน ภารกิจหลัก คือ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว แนะนำเส้นทาง ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกๆ เรื่องที่ถูกร้องขอ โดยจุดเด่นของตำรวจชุดนี้ ส่วนใหญ่สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ อีกทั้งผ่านการอบรมช่างฝีมือในการซ่อมจักรยาน และการอบรมกู้ชีพปฐมพยาบาลแบบฉุกเฉิน
สำหรับชุดปฏิบัติการนี้ หัวหน้าชุด คือ ด.ต.ชยุต จันทวิมล ผู้บังคับการหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ชื่นชอบการปั่นจักรยานมานานมากแล้ว จนกระทั่งเมื่อปี 2546 สมัยนั้น พ.ต.ท.นฤนาท พุทไธสง เป็น สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันคือ พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศและกลับมาหารือกับลูกน้องว่า หากจะทำสายตรวจจักรยาน ใครบ้างจะอาสาสมัคร ก็ลงสมัครในครั้งแรก จากวันนั้น กระแสการปั่นยังไม่มีในประเทศไทย ก็อาจมีการมองว่าไม่เด่นเหมือนสายตรวจรถยนต์ แต่ก็ทำงานหนักเพิ่มขึ้น และทำกันมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ถือว่ามาไกลกว่าที่คิด ได้ผลดีกว่าที่คาดหวังไว้
“สิ่งหนึ่งที่พวกผมสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องคือผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้กำกับ ก็ล้วนแต่ให้ความสำคัญกับภารกิจนี้และส่งเสริมมาตลอด การปั่นจักรยานของพวกเราเน้นปั่นได้ปลอดภัย รวดเร็ว ปั่นได้ทนยาวนาน เข้าได้ทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ทุกเส้นทาง ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเข้ามาศึกษาดูงาน หรือเชิญให้เราไปเป็นวิทยากร เพื่อขยายโครงการ เช่น ตำรวจจาก จ.ชัยนาท เชียงใหม่ อัมพวา สมุทรสงคราม รวมถึงตำรวจในนครบาล เช่น สน.ชนะ สงคราม สน.พญาไท หรือเป็นท้องถิ่น เช่น อบต.ลำไทร อ.วังน้อย ก็เชิญเราไปเป็นวิทยากร สอนเทคนิคการปั่นจักรยานแก่นักเรียนและประชาชนในพื้นที่”
ความภูมิใจของการทำหน้าที่สายตรวจจักรยาน ด.ต.ชยุต บอกว่า โครงการนี้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับตำรวจ ปั่นไปที่ไหน มีแต่คนยิ้ม ทักทาย และส่วนใหญ่จะขอเข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
‘มีแต่รอยยิ้มที่ได้พบพวกเรา พวกเราก็มีความสุข’
ความสุขของหน่วยสายตรวจจักรยานนั้นเป็นสิ่งที่พบเห็นกันเป็นประจำ อย่างเช่น นักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีคนหนึ่ง เข้ามาขอถ่ายภาพกับสายตรวจจักรยาน ก่อนจะเปิดเผยว่าตัวเขาก็เป็นตำรวจ ทำหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เมื่อเห็นตำรวจสายตรวจจักรยานก็อดไม่ได้ที่จะขอเข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และเห็นด้วยกับภารกิจเช่นนี้ ซึ่งในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป มีตำรวจที่ทำหน้าที่แบบนี้มากเช่นกัน เช่น ตำรวจสายตรวจจักรยาน และตำรวจม้า ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความอุ่นใจ ทั้งแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
เช่นเดียวกับนักเรียนจากโรงเรียนอินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี กลุ่มใหญ่ซึ่งมาท่องเที่ยวชมโบราณสถาน เมื่อพบเห็นสายตรวจจักรยานต่างพากันเดินเข้าไปทักทาย พร้อมขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยอาจารย์กัญญ์ชญาน์ ฟักทอง ซึ่งนำนักเรียนมาเที่ยวนั้น ถึงกับใช้คำว่า Cute หรือน่ารักมาก
“ทั้งเครื่องแบบ จักรยาน และภารกิจ เรียกว่าโดนใจ ที่สำคัญมีความอบอุ่น อยากจะพูดคุย หรืออยากจะถ่ายภาพด้วย ภาพลักษณ์ตรงนี้ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะว่าภาพลักษณ์เดิมๆ ของตำรวจอาจไม่เชิงบวกเช่นนี้ กิจกรรมอย่างนี้หากมีทุกจังหวัด สังคมจะเปิดโอกาสให้ตำรวจ เปิดใจ เปิดรับ ความเป็นตำรวจเพื่อประชาชนมากขึ้น”
คำชมใช่เพียงแค่เป็นกำลังใจ หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะจัดโครงการเช่นนี้เพิ่มขึ้น ก็จะส่งเสริมความใกล้ชิด เป็นกันเอง และได้รับความชื่นชมจากประชาชน เมื่อประชาชนรักตำรวจก็พร้อมร่วมมือ ไม่ต่างกับการทำให้ประชาชนทุกคนเป็นตำรวจ ประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมก็จะเพิ่มขึ้นทันที







