
เร่งทำตามสัญญา
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ามาบริหารและฟื้นฟูประเทศ เพียง 3 เดือนเศษเท่านั้น แต่สามารถเห็นผลคืบหน้าในเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และความเชื่อมั่นดีขึ้นอย่างชัดเจน ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 62.2 นับเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจเห็นสัญญาณการฟื้นตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เพิ่งเข้ามาบริหารและฟื้นฟูประเทศ เพียง 3 เดือนเศษเท่านั้น แต่สามารถเห็นผลคืบหน้าในเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และความเชื่อมั่นดีขึ้นอย่างชัดเจน ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 62.2 นับเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจเห็นสัญญาณการฟื้นตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่รัฐบาลจะตีฆ้องเป่าประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่า “ปี 2559 จะเป็นปีแห่งการลงทุนของประเทศไทย” พร้อมให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนอย่างมากมาย ทั้งทางด้านการลดหย่อนภาษี รวมถึงการถือครองทรัพย์สินเป็นระยะเวลานานยิ่งขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าหลายรายการ
รองนายกฯ สมคิดจึงนำทีมไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมคณะนักธุรกิจและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมเดินทางด้วย 69 คน เพื่อนำเสนอความคืบหน้าการทำงานของรัฐบาล และโอกาสในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งไทยเลือกไปที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเพราะมีความเข้าใจในประเทศไทยเป็นอย่างดีในฐานะที่เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ที่สุด และญี่ปุ่นยังมีสภาพคล่องสูง พร้อมลงทุนทุกครั้งเมื่อมีโอกาสที่ดี
การพบปะคณะใหญ่ทั้งฝ่ายไทยและญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ทีมคุณสมคิดเข้าพบและเจรจากับนายทาโร อาโซะ รองนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และเอกชนไทยและญี่ปุ่นร่วมกิจกรรมกัน ส่วนวันที่ 27 พ.ย. ก็เข้าพบและหารือกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นอกจากเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้นแล้ว ไทยยังได้รับคือข้อมูลหลากหลายทั้งอุปสรรคของการลงทุนรวมถึงอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขณะเดียวกันไทยเองก็ต้องให้ข้อมูล เปรียบเสมือนเป็นสัญญาว่าจะทำอะไรบ้าง เช่น การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านๆ มาก็เคยไปสัญญาบนเวทีการโรดโชว์ในหลายประเทศมาแล้ว แต่กลับทำไม่สำเร็จ นับเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทุนต่างประเทศตัดสินใจเคลื่อนย้ายเม็ดเงินออกไปเพื่อนบ้าน เพราะระบบขนส่งรวมถึงโทรคมนาคมของไทยก้าวไม่ทันกับความต้องการใช้ของนักลงทุน
ครั้งนี้เราเชื่อว่าคณะของรองนายกฯ สมคิด คิดพร้อมวางแผนและเชื่อมั่นเรื่องการลงทุนขนาดใหญ่จะวิ่งฉิวได้อย่างที่ประกาศให้โลกรู้ไปแล้ว รวมถึงการออกไปโรดโชว์ในอีกหลายประเทศ เพราะประเทศไทยต้องการเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในการพัฒนาประเทศและสร้างความเจริญให้ก้าวทันหลายๆ ประเทศ
เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้การลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริง พร้อมขจัดอุปสรรคต่างๆ ให้ได้ มิเช่นนั้นผลที่จะได้รับก็คงจะเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงภาคเอกชนก็คงจะทุ่มทรัพยากรออกไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่าที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจท่ามกลางการส่งออกชะลอตัวลงรุนแรง กำลังซื้อในประเทศทรุดอย่างหนัก คงไม่ต้องบอกกล่าวว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไรหากต่างประเทศไม่เข้ามาช่วยลงทุนในรอบนี้







