
ท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
ผมค่อนข้างจะดีใจที่เห็นหน่วยงานของรัฐให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร ที่กำหนดนโยบายส่งเสริมตลอดจนถึงแนวทางปฏิบัติของชุมชน ที่ต้องการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สมบูรณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
อย่างเช่นกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้ว่า จะต้องดำเนินการในรูปกลุ่ม ชุมชน หมู่บ้าน เท่านั้น พร้อมทั้งมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมของชุมชนต้องมีความปลอดภัยอย่างพอเพียงทั้งในด้านการเดินทาง การอยู่พักค้างคืนเพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ ระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน นอกจากนี้ยังเน้นในเรื่องมีกิจกรรมการเกษตรที่เป็นจุดเด่นสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เช่น กระบวนการผลิตทางการเกษตร ศิลปหัตถกรรม วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย หรือภูมิทัศน์ของชนบทที่สวยงามของท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์อันงดงามของสวนยาง ไร่ผัก หรือทุ่งนาอันเขียวขจี เป็นต้น
นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ผมสังเกตเห็นตลอดเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ด้วยความชื่นชมคือ ได้เกิดมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่สำเร็จการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ พากันมุ่งหน้าเข้าไปสู่การดำเนินชีวิตในรูปแบบเกษตรกร ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่พี่น้องหรือลูกหลานไทยเหล่านี้เข้ามาดำเนินอาชีพเกษตรกรแบบทันสมัย ทั้งแนวคิดและหลักวิชาการ ในการปลูกต้นไม้ พืช ผัก ดอกไม้หรือแม้กระทั่งการทำปศุสัตว์ รวมไปถึงการแปรรูปผลิตภันฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าของสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดมีการยกระดับ ราคา คุณภาพการผลิต การตลาด การจำหน่าย รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตและคุณภาพของผลิตผลการเกษตรในบ้านเรา
ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นและศักยภาพในด้านเงินทุนของกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่เหล่านี้ ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันไม่ไกลจากนี้ จำนวนของผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาวิถีเกษตรในบ้านเรา จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง
จะเป็นการพลิกโฉม หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นการเริ่มต้นปฏิรูปการเกษตรไทยในแบบ เอสเอ็มอีเลยก็ไม่ผิดครับ
แน่นอนที่สุดคือ ช่องทางที่จะก่อให้เกิดรายได้ของเกษตรกรในบ้านเรา จะมีเพิ่มขึ้นจากอีกช่องทางหนึ่ง คือจากตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศครับ ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ สวนผักไร้สาร ไร่นาผสมผสาน หรือแม้กระทั่งทุ่งดอกไม้ต่างสีสันที่สวยสดงดงาม ต่างก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปเที่ยวชมตามฤดูกาลอย่างล้นหลาม ดังที่ทราบกันอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ เชียงราย หรือแม้กระทั่งในพื้นที่ภาคอีสานเช่น เขาใหญ่หรือบุรีรัมย์ เป็นต้น
การท่องเที่ยวพักผ่อนกึ่งทัศนศึกษาในแบบโฮมสเตย์น่าจะเป็นความต้องการสำคัญของนักท่องเที่ยวท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรครับ โดยเฉพาะเมืองไทยของเรา ที่มีนโยบายผลักดันให้สินค้าบริโภคจากภาคเกษตรกรรม ให้มีมากพอที่จะเป็นครัวของโลกได้ในอนาคต จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่อยากมาทัศนศึกษา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทวีปเอเชีย ทั้งจากประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาเข้ามาศึกษาและเที่ยวชม ซึ่งแน่นอนที่สุดจะมีนักท่องเที่ยวบางส่วน อยากมาใช้ชีวิตร่วมกับเกษตรกร เพื่อการท่องเที่ยวที่จะได้มาซึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างกว่าแนวทางท่องเที่ยวแบบเดิมๆ
ซึ่งการพักในแบบโฮมสเตย์นี้ ควรจะรวมแนวทางการดำเนินชีวิตและกิจกรรมในแต่ละวันของเกษตรกรไทยตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ อย่างเช่นว่า ตื่นนอนตอนเช้าตรู่ ใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ รับประทานอาหารเช้า ปฏิบัติงานจริงแบบพอสมควรแก่เวลาในท้องไร่ นา สวน รับประทานอาหารเที่ยงในบรรยากาศของชนบทไทย ช่วงบ่ายจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ จรดเวลารับประทานอาหารค่ำ อาหารทุกมื้อควรพยายามใช้วัตถุดิบที่เป็นผลผลิตของท้องถิ่นให้มากที่สุดเป็นต้นครับ
ในหลากหลายประเทศทั่วโลก ต่างก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจท่องเที่ยวที่อิงวิถีชุมชนการเกษตร โดยให้บริการที่พักแก่นักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ครับ ไร่องุ่นในแถบยุโรป ฟาร์มปศุสัตว์ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นตัวอย่างที่ดีครับ
พวกเราคงไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องการประชาสัมพันธ์พื้นที่ครับ ผมเชื่อว่าหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในระดับจังหวัดและประเทศ ต่างก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำการตลาดสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่แล้ว หากแต่ว่าในอดีต อาจจะมีการดำเนินงานไม่กว้างและกระจายไปในทุกพื้นที่ได้ครบ
แต่สำหรับในอนาคต ด้วยการประสานงานของภาครัฐในหลายๆ หน่วยงาน อีกทั้งการท่องเที่ยวชุมชนการเกษตร จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ในพื้นที่เกือบทั่วประเทศไทย ที่จะช่วยให้เกิดมีเม็ดเงินไหลสะพัดเข้าไปในชนบท จะก่อให้เกิดมีการสร้างงานและรายได้ รวมไปถึงการสนับสนุนพี่น้องชาวชนบทให้กลับคืนถิ่น สามารถดำเนินชีวิตในแบบครอบครัวไทยอย่างอบอุ่นตลอดไปอย่างยั่งยืน ผมมีความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของภาครัฐบาล ที่จะเห็นความน่าจะเป็นในเรื่องนี้ และให้การสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณ เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์และนโยบายครับ







