
ผบก.ป.ลั่นไม่คิดลาออก อายัดทรัพย์ก๊วนเสธ.โจ้
ผู้การกองปราบฯ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีดัง ด้านเพื่อไทยจี้ สตง.สอบโครงการราชภักดิ์
ผู้การกองปราบฯ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีดัง ด้านเพื่อไทยจี้ สตง.สอบโครงการราชภักดิ์
พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ไม่คิดลาออกและไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ ตามที่มีกระแสข่าว มั่นใจว่าการทำหน้าที่ที่ผ่านมาได้ทำอย่างเต็มที่ เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ทั้งนี้เมื่อมีกระแสข่าวเกิดขึ้นมีคนห่วงใยโทรศัพท์มาสอบถามเป็นร้อยๆ สาย
ทั้งนี้ กระแสข่าวการย้าย พล.ต.ต.อัคราเดช ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) มีขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยืนยันว่า พล.ต.ต.อัคราเดช ไม่เกี่ยวข้องในคดีตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปปง.ได้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาในคดีแอบอ้างเบื้องสูงหาประโยชน์ ซึ่งได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา กับพวก ประกอบด้วย น.ส.สุรีวรรณ ชาญยุทธิ์ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือ เสธ.โจ้ เชื่อได้ว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินหลายรายการที่ได้มาระหว่างกระทำความผิด
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 11 รายการ มูลค่า 44.3 ล้านบาท ในจำนวนนี้แยกเป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทยของ พ.อ.คชาชาต รวม 10.5 ล้านบาท
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ได้ส่งเอกสารงบประมาณที่ใช้ในโครงการอุทยานราชภักดิ์ รวมกับเงินบริจาคในบัญชีกองทุนสวัสดิการกองทัพบก ไปยังผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบการใช้จ่ายว่าเป็นไปถูกต้องหรือไม่







