posttoday
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สิ่งที่ต้องรับฟัง

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สิ่งที่ต้องรับฟัง

21 กรกฎาคม 2553

....พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

....พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ในฉบับที่ผ่านๆ มา ได้ชี้ให้เห็นถึงขอบเขตความหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามที่สมาชิกอังค์ถัด (UNCTAD : United Nations Conference on Trade and Development) ได้ตกลงกันไว้ให้พอเป็นแนวทางสำหรับประเทศสมาชิก และผู้เขียนยังได้บรรยายถึงความเกี่ยวข้องโยงใยของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเห็นว่าภาคส่วนสำคัญอีกภาคหนึ่งที่ควรดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง สอบถามและให้ได้รับรู้ เพราะจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็คือ ภาคประชาสังคมและธุรกิจเอกชน

ที่จริงไม่ใช่แค่ดึงเอาภาคประชาสังคมและธุรกิจเอกชนเข้ามารับรู้เท่านั้น แต่ฝ่ายรัฐต้องรับฟังเขาด้วย เพราะเป็นผู้ที่ได้รับผลโดยตรงไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นทางบวกหรือทางลบ เนื่องจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นมีหลายแง่มุม และก่อให้เกิดผลได้ทั้งทางเศษรฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทำให้เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม พัฒนาไปได้หลายรูปแบบ จึงขึ้นกับว่าผู้เกี่ยวข้องและโดยเฉพาะภาคประชาสังคมและภาคธุกิจเขาต้องการให้เป็นแบบไหน

ด้านเศรษฐกิจ ที่จริงเรื่องนี้เคยกล่าวพาดพิงถึงไปทีหนึ่งแล้ว วันนี้เพียงแต่มาสรุปรวมให้เข้าที่เข้าทางเท่านั้น เพราะผลทางเศรษฐกิจนั้นเห็นได้ชัดเจน ในส่วนของไทยก็เช่น การถ่ายทำภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 500 เรื่อง เป็นมูลค่าถึงประมาณพันล้านบาท ส่วนประเทศพัฒนาแล้วอย่างเช่น อังกฤษ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ในปี 2546 ให้ประมาณ 42,180 ล้านปอนด์ ที่ต้องยกตัวอย่างอังกฤษเพราะเป็นประเทศที่เห็นความสำคัญของเรื่องนั้นตั้งแต่ระยะแรกๆ และรัฐบาลก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

ด้านสังคม ผลที่ชัดเจนทางด้านสังคม ซึ่งที่จริงก็ทับซ้อนกับเศรษฐกิจ อยู่ที่ว่าจะมองมุมไหน ก็คือการจ้างงาน เนื่องจากได้เคยกล่าวไว้แล้วว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์นั้นต้องใช้ทั้งองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และคุณภาพระดับสูงของแรงงาน และที่สำคัญคือส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์นั้น ที่เขาเรียกว่า “Labour Intensive” ยิ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ใช้งานสร้างสรรค์มากๆ ก็ยิ่งใช้แรงงานมาก ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างไปแล้ว เช่น เรื่องการสร้างภาพยนตร์ คงจะไม่กล่าวซ้ำในที่นี้อีก ดูตัวอย่างของบางประเทศ คราวนี้ขอยกสหรัฐบ้าง ในปี 2546 อุตสาหกรรมทั้งการโฆษณา ออกแบบ เพลง ฯลฯ มีการจ้างงาน 3.2 ล้านกว่าคน หรือประมาณร้อยละ 2.5 ของอุตสาหกรรมทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีผลต่อสังคมซึ่งอาจจะวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่มองได้เป็นผลทางสังคมโดยแท้ก็คือ การที่ทำให้สังคมมีส่วนร่วมในแทบทุกระดับ และแทบจะทุกกลุ่ม เป็นการดึงกลุ่มต่างๆ ของประชาชนในสังคมเข้ามาร่วมกันทำงาน ซึ่งจะขอยกตัวอย่างเรื่องการสร้างภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง เพราะจะทำให้เห็นภาพชัดเจนดี การเริ่มตั้งแต่การเขียนบท สร้างฉาก ออกแบบเครื่องแต่งกาย ตัดเย็บ แต่งหน้านักแสดง แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ ทำ Special Effect จ้างนักแสดงเข้าฉาก ถ้าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ก็ต้องมีนักแสดงประกอบอีกจำนวนมาก แค่นี้ผู้เขียนคงไม่ต้องบรรยายว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ตั้งแต่ นักออกแบบ ช่างเสื้อ นักคอมพิวเตอร์ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า แต่งเพลง เขียนบท ช่างเทคนิคต่างๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไปเป็นตัวประกอบ โรงแรม รีสอร์ต ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ ฯลฯ

มิติทางสังคมนี้ยังมีอีกมาก เช่น ทำให้ผู้หญิงมีงานทำมากขึ้นในเรื่องหัตถกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้า เจียระไนเครื่องประดับ เป็นต้น

วัฒนธรรม นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัฒนธรรมแล้ว ยังทำให้เกิดวัฒนธรรมที่หลากหลายด้วย

การพัฒนาที่ยั่งยืน หลายๆ ประเทศพบว่า การรักษาวัฒนธรรมของประเทศ หรือท้องถิ่นไว้ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ กลับจะทำให้ประเทศพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะวัฒนธรรมก็เปรียบเหมือนทุน (Capital) ประเภทหนึ่ง เหมือนๆ กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วย ประเด็นนี้ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม แต่ก็เห็นตัวอย่างได้ไม่ยาก โดยเฉพาะตัวอย่างจากความสำเร็จของภาพยนตร์เกาหลี ที่สร้างสรรค์โดยทำเรื่องของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติมาเป็นเนื้อหาของเรื่องด้วย ซึ่งนอกจากจะทำให้ภาพยนตร์เกาหลีเป็นที่นิยมแพร่หลายแล้ว ยังมีผลไปถึงการท่องเที่ยวทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่เกาหลีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ถ้าดูภาพรวมการส่งออกสินค้าและบริการที่เกิดจากการสร้างสรรค์ทั้งหมดปี 2005 เกาหลีส่งออกถึง 2,942 ล้านเหรียญสหรัฐ แน่นอนว่ามูลค่านี้มีส่วนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลีให้ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน

เห็นเช่นนี้แล้ว ถ้าจะให้ได้ประโยชน์อย่างจริงจังจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐคงจะต้องมีการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งเราจะได้คุยในฉบับหน้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท