posttoday
ชิง 4จี ดุเดือด...ผู้บริโภคได้หรือเสียอะไร?

ชิง 4จี ดุเดือด...ผู้บริโภคได้หรือเสียอะไร?

26 พฤศจิกายน 2558

โดย...ไพรัช วรปาณิ กรรมการอัยการ

โดย...ไพรัช วรปาณิ กรรมการอัยการ

ผลการแข่งขันประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 1800 MHz อย่างดุเดือด ทำให้รัฐได้เงินไปพัฒนาประเทศถึง 8 หมื่นกว่าล้านบาท จนเป็นที่ฮือฮา เมื่อวันที่ 11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่างได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากผลการประมูลในครั้งนั้น ถือได้ว่าเป็นผลจากการดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ จนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในที่สุด

สำหรับการประมูล 4จี บนคลื่นความถี่ 900 MHz ในรอบที่สอง ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 15 ธ.ค. 2558 นั้น ผู้สันทัดกรณีต่างคาดหมายกันว่าจะเกิดการประมูลชนิดเลือดสาดไม่ต่างกับการประมูลครั้งแรกแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก 1 ใน 4 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างจัสมิน มีแนวโน้มในความต้องการคลื่นความถี่ 900 MHz มากกว่าคลื่น 1800 MHz จึงคาดกันว่าอาจจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อก้าวเข้ามาทำธุรกิจในตลาดมือถืออย่างสุดกำลัง โดยเฉพาะคลื่นความถี่ 900 MHz เป็นคลื่นความถี่ต่ำสามารถครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้มากกว่า 1800 MHz ถึง 2 เท่าตัว ทำให้สามารถลดต้นทุนในการสร้างโครงข่ายเป็นเงินจำนวนไม่น้อย

คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz มีความแตกต่างกันตรงที่ 900 MHz สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ไกลกว่า ต้นทุนในการสร้างโครงข่ายใช้เงินน้อยกว่า ส่วน 1800 MHz มีคุณสมบัติให้ความเป็นสากลมากกว่า และนำไปพัฒนาเป็นระบบ 4จี ได้ทันที ซึ่งคาดว่าคงจะได้ใช้หลังรับใบอนุญาตไม่นาน สำหรับ 900 MHz จะนำไปใช้ในระบบ 3จี ก่อน หากจะนำไปพัฒนาเป็นระบบ 4จี อาจต้องรอเวลา เนื่องจากเครื่องมือยังไม่มีขายในตลาด มีคุณสมบัติเด่นในคนละด้าน จึงขึ้นอยู่กับอุปสงค์ความจำเป็นของแต่ละบริษัทที่เข้าประมูลเป็นสำคัญ

ในวงการมองว่า ถ้าหากจัสมินชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ในการประมูลรอบสองนี้ ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของบริษัทสามารถต่อยอดบริการข้อมูลในการใช้งานของลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น และในทางอ้อมจะสามารถผลักดันให้ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้นโดยอัตโนมัติอีกด้วย

การประมูลคลื่น 900 MHz ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จึงเป็นการแย่งชิงคลื่นความถี่ระหว่างรายเก่าและรายใหม่อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน เพราะต่างต้องการรักษาฐานลูกค้าตลอดจนส่วนแบ่งการตลาดไว้อย่างสุดกำลังนั่นเอง

ขณะที่รัฐบาลและ กสทช.กำลังมีความสุขกับผลงานที่สามารถจัดประมูลคลื่น 1800 MHz ที่เพิ่งผ่านไป ซึ่งเกิดเม็ดเงินมาช่วยพัฒนาประเทศ และยังเป็นที่คาดหมายว่าการประมูลคลื่น 900 MHz ในรอบสองครั้งต่อไป ก็จะมีการแข่งขันสู้ราคากันดุเดือด และจะเกิดเม็ดเงินในการประมูลเป็นจำนวนมากไม่ต่างกับรอบแรก... “แฮปปี้” ทุกฝ่าย

ทว่า มีประชาชนผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยพากันวิตกกังวลว่า ในเมื่อผลการประมูลคลื่นความถี่มีราคาสูงลิ่วเช่นนี้ บริษัทเอกชนจะนำมาคำนวณเป็นต้นทุนค่าบริการ 4จี ซึ่งจะทำให้ราคาในการใช้ 4จี แพงขึ้นหรือเปล่า? ประชาชนผู้ใช้บริการจะได้หรือเสียอย่างไร? และจะกระทบ “กระเป๋า” เงินของผู้ใช้บริการมือถือที่กำลังแฟบอยู่...หรือไม่เพียงใด?

ในประเด็นนี้ รศ.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ อดีตอาจารย์จุฬาฯ ผู้คร่ำหวอดทางด้านเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคมได้กล่าวว่า

“จากความสำเร็จในการประมูล 4จี (11 พ.ย.) และกำลังจะเกิดขึ้นอีกรอบในวันที่ 15 ธ.ค.นี้. บอกได้เลยว่า นอกจากทำให้รัฐได้ประโยชน์ที่เกิดเม็ดเงินไปพัฒนาประเทศ ซึ่งยังผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ดังที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่า การนำเงินเพียง 6 หมื่นล้านบาทเข้าสู่ระบบ สามารถจะเกิดการหมุนเวียนถึง 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นความจริง เพราะตามหลักเศรษฐศาสตร์เงิน 1 บาท ถ้าเข้าสู่ตลาดจะเพิ่มเป็นสิบๆ เท่า

สำหรับประชาชนผู้ใช้บริการก็จะได้ใช้ “ของดี ราคาถูก” อย่างแน่นอน เพราะทางเรา (กสทช.) ได้วางมาตรการกำหนดให้บริษัทต้องทำราคาให้ “ถูกลง” แต่คุณภาพ “เพิ่มขึ้น” ค่าบริการเสียงต้องไม่เกิน 69 สตางค์/นาที และอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ไม่เกิน 26 สตางค์/เมกะบิต และเชื่อว่าบริษัทคงเข้าใจดีว่าแม้ราคาแพงเพียงใด ก็ไม่สามารถจะผลักภาระไปให้แก่ผู้บริโภคได้ เพียงแต่บริษัทอาจต้องรับภาระการลดลงของผลกำไรเท่านั้น”

ต่อประเด็นเหตุใดจึงประมูลสู้กันในราคาแพงมากนั้น รศ.ประเสริฐ ชี้ให้เห็นว่า “เป็นไปตามหลักสากลและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อมีผู้เข้ามาร่วมประมูลมากกว่าจำนวนใบอนุญาต หรือ “ดีมานด์” มากกว่า “ซัพพลาย” ราคาที่ประมูลก็จะสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นการประมูลที่โปร่งใสเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ยึดเป็นหลักการสำคัญในการดำเนินการประมูล ส่วนราคาที่ประมูลจะสูงมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการและจำนวนทุนที่มีอยู่ของแต่ละบริษัทที่เข้าประมูล ซึ่งบริษัทผู้เข้าประมูลคงได้พิเคราะห์คำนึงแล้วว่าราคาที่ประมูลไปนั้น สามารถประกอบธุรกิจและให้บริการกับประชาชนผู้บริโภคได้ ตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด (ในเรื่องราคาและคุณภาพ)

นอกจากนั้น การประมูลครั้งนี้จะได้นำเอาคลื่นความถี่ไปใช้ประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้เข้ารัฐเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศอีกดว้ย ในขณะเดียวกันจะช่วยทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีการพัฒนาในตัวมันเองแล้ว ยังส่งผลไปถึงธุรกิจด้านอื่นๆ อาทิ การเงิน-การธนาคาร การท่องเที่ยว การซื้อสินค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมทั้งสิ้น การประมูลที่สำเร็จลุล่วงจึงเป็นผลงาน วิน-วิน ทุกฝ่าย

รศ.ประเสริฐ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถือว่าเป็นสิ่งน่าภูมิใจที่ประเทศไทยของเราสามารถก้าวสู่ระบบ 4จี เป็นผลสำเร็จ แม้ว่าจะช้าไปบ้าง แต่ก็จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคมากกว่า 70 ล้านคน ที่มีโอกาสใช้ไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเกิด 4จี ในยุคปัจจุบัน นอกจากจะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังอำนวยความสะดวกสบายในการสื่อสารสำหรับชีวิตประจำวันแก่ชาวไทยและต่างประเทศทุกคนอีกด้วย โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อสมัยก่อนการจะโทรศัพท์ทางไกลไปหาลูกๆ ที่เรียนอยู่ต่างประเทศในแต่ละครั้ง ต้องเสียเงินหลายร้อยบาท

แต่ปัจจุบันสามารถใช้โทรทางไลน์ติดต่อพูดคุยได้ทันที นอกจากจะฟรีแล้วยังแถมให้ได้เห็นหน้าลูกในภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จากเม็ดเงินจากการประมูลคลื่น 2100 MHz-1800 MHz ที่ผ่านมา และ 900 MHz ในวันที่ 15 ธ.ค. รัฐจะมีรายได้ถึงเกือบแสนล้านบาทนั้น ก็อยากจะได้เห็นรัฐบาลรีบนำออกมาใช้จ่ายเป็นเงินหมุนเวียนในระบบอย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กสทช. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ได้ย้ำอีกแรงหนึ่งว่า ไม่ต้องกังวลเลย เนื่องจากได้วางข้อกำหนดไว้ในส่วนของอัตราค่าบริการ 4จี ว่าจะต้องมีราคาค่าบริการ “ถูกกว่า” อัตราค่าบริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่ได้ให้บริการอยู่แน่นอน”

เมื่อได้รับการยืนยันจากผู้มีอำนาจกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมทั้งสองท่านดังนี้แล้ว ก็ทำให้ผู้เขียนเบาใจแทนประชาชนผู้บริโภคอักโข ที่ได้ทราบว่าแม้จะมีการประมูลแข่งขันแบบดุเดือดเลือดสาดของบริษัทเอกชนผู้ให้บริการ แต่ก็ไม่มีผลกระทบกระเป๋าสตางค์ผู้ใช้บริการเป็นแน่

ทว่า ในทางกลับกันอาจมีผล “ส้มหล่น” คือ “ค่าโทร” ถูกลงแต่ “คุณภาพ” เพิ่มขึ้น” ว่าไหม?!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท