
ไทยคือรัฐอธิปไตย
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
รัฐอธิปไตย คือ รัฐที่สามารถตัดสินใจ ตกลงใจได้ด้วยตัวเองโดยยึดเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ต้องให้ใครมาสั่งให้ทำอย่างนั้น หรือไม่ทำอย่างนี้ นี่เป็นคำอธิบายอย่างสั้นที่สุด ง่ายที่สุด ไทยมีกฎหมายของเราเอง มีศาลของเราเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ไทยสามารถตกลงใจในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ หรือความสัมพันธ์กับต่างประเทศบนผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง แต่ก็ยังมีประเทศอื่นที่พยายามเข้ามาบงการชี้นิ้วให้รัฐบาลไทยทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ บางทีก็กดดันให้ไทยทำเกินพันธสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยไปลงนาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกมาตำหนิรัฐบาลไทยที่ส่งชาวอุยกูร์สองคนกลับจีน เนื่องจากทั้งสองเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเกินกำหนด โฆษกฝรั่งอ้างว่าบุคคลทั้งสองอยู่ใน “ขั้นตอนของการลี้ภัย” โดยผ่านการสัมภาษณ์ ตรวจสอบประวัติ และกำลังติดต่อกับรัฐบาลแคนาดาให้รับเป็นผู้ลี้ภัย เวลานี้พอมีชาวอุยกูร์หลบหนีเข้ามาในไทย ฝรั่งพวกนี้รีบให้ไปสัมภาษณ์เพื่อให้อยู่ในกระบวนการผู้ลี้ภัยไว้ก่อน จีนก็อยากได้ตัวกลับ ฝรั่งก็อยากได้ตัวไป ไทยจึงตกอยู่ในฐานะลำบาก แต่เรายึดกฎหมายเป็นที่ตั้งเพื่อไม่ให้ใครมาว่าเราได้ ก่อนหน้านี้ไทยก็โดนโจมตีชุดใหญ่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ มาแล้ว กรณีที่ส่งชาวอุยกูร์ส่วนหนึ่งที่มีคดีอาญาติดตัวกลับจีนตามคำร้องของรัฐบาลปักกิ่ง
เป็นที่ทราบกันดีว่า UNHCR กับอเมริกาคือคอหอยกับลูกกระเดือก เวลานี้วอชิงตันกำลังมีปัญหากับรัฐบาลปักกิ่งทั้งเรื่องอุยกูร์และปัญหาทะเลจีนใต้ อเมริกากำลังฟาดหัวฟาดหางหากใครทำอะไรที่ดูเหมือนว่าจะเข้าข้างจีน ชาวอุยกูร์เป็นเพียงหมากการเมืองตัวหนึ่งที่อเมริกาหยิบมาเล่นงานจีนและไทย เจออเมริกาฟาดงวงฟาดงาเข้าด้วย อเมริกาทำท่าคล้ายกับห่วงใยเรื่องสิทธิมนุษยชนเสียเหลือเกิน ในขณะที่อเมริกาประกาศรับผู้ลี้ภัยสงครามจากซีเรียเพียง 1,000 คนเท่านั้น ส่วนสหภาพยุโรปต้องแบกรับภาระผู้ลี้ภัยซีเรียหลายแสนคน ทั้งที่อเมริกาเป็นคนก่อปัญหา
อเมริกาสร้างกำแพงและรั้วลวดหนามป้องกันผู้ลี้ภัยจากเม็กซิโกและอเมริกาใต้ที่ต้องการลี้ภัยทางเศรษฐกิจมาหาชีวิตที่ดีกว่าในอเมริกา ทำไมสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัยจึงไม่เจรจากับวอชิงตันให้รับคนเหล่านี้เข้าทำมาหากินในอเมริกา และรับผู้ลี้ภัยซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย ที่อเมริกาไปทำลายบ้านเมืองของพวกเขาเหล่านี้มาพำนักอยู่ในอเมริกา แต่กลับจะเป็นจะตายกับชาวอุยกูร์สองคนที่หลบหนีมาอยู่ในเมืองไทยเกินกำหนด ผิดกฎหมายคนเข้าเมืองอย่างชัดเจนจนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยต้องส่งกลับไปยังประเทศต้นทางที่มานั่นคือประเทศจีน อีกทั้งคนหนึ่งยังมีประวัติเป็นผู้ก่อการร้ายที่ทางการจีนต้องการ และประสานขอมายังทางการไทย ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทยที่ใช้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับคนทุกชาติทุกภาษา ประเทศอื่นเข้าใจดี แต่ดูเหมือนว่าอเมริกาและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ พยายามจะเข้าใจ พยายามกดดันบีบบังคับให้ไทยทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ
ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ ประจำเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานสาขาแห่งหนึ่งอยู่ในกรุงพนมเปญ ได้ส่ง เอกภพ เหลือรา ผู้ต้องหาคดีพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิดดูถูกดูหมิ่นพระมหากษัตริย์อย่างร้ายแรงบนเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สนามกีฬาราชมังคลาสถาน ท่ามกลางนักการเมืองใหญ่น้อยของพรรคเพื่อไทยและหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลเขมรร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ แทนที่จะส่งตัวให้ทางการไทยดำเนินคดี กลับให้สถานะผู้ลี้ภัยไปอยู่ในนิวซีแลนด์ โดยที่ทางการเวลลิงตันกว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว ทำให้กระทรวงต่างประเทศและทูตนิวซีแลนด์มองหน้าประเทศไทยไม่ติด คราวนี้เตรียมจะส่งอุยกูร์ไปแคนาดาในฐานะผู้ลี้ภัยอีกแต่ไม่สำเร็จ เพราะไทยใช้กฎหมายของไทยดำเนินการเสียก่อน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ๆ เจมส์ คารูโซ ผู้อำนวยการสำนักกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ออกมาแถลงว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับไทยอยู่ในระดับเป็นที่น่าท้อแท้ใจอย่างไม่น่าเชื่อ” โดยอ้างว่าเพราะกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยยังขาดความชัดเจน และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสิน อยู่ๆ คารูโซก็โพล่งออกมาในขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยเพิ่งบรีฟ กลิน เดวิส เอกอัครราชทูตสหรัฐคนใหม่ ที่เข้าเยี่ยมคำนับ โดยใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง เราไม่รู้ว่าเดวิสเขียนรายงานส่งไปยังกรุงวอชิงตันว่าอย่างไร จึงทำให้คารูโซออกมาพูดอย่างนี้ หรือเขาพูดตามที่เดวิสรายงานไปแบบนี้ หากเป็นจริงแสดงว่าเดวิสไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไทยพยายามพร่ำอธิบายชี้แจงแถลงไขเลย ทั้งที่เดวิสพยายามอ้างว่ามาเมืองไทยเพื่อปรับภาพลักษณ์อเมริกาใหม่หลังจากที่ คริสตี เคนนีย์ เคยเหยียบย่ำหัวใจคนไทยไว้ก่อน หรือว่าเขาแบ่งบทกันเล่น
เวลานี้เดวิสกำลังเดินทางเพื่อพบกับประชาชนไทยตามแนวทาง “การทูตภาคประชาชน” ที่เขาอ้าง โดยเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ และสงขลา ซึ่งมีสถานกงสุลอเมริกันตั้งอยู่ ต่อไปคงไปที่ จ.อุดรธานี และขอนแก่น ซึ่งเป็นฐานกำลังของพรรคเพื่อไทย เดวิสไปแบบท่านทูต ในขณะที่อีกด้านหนึ่งสถานทูตใช้ “ยูเสด” เข้าไปเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนในพื้นที่ในภาคอีสานและภาคเหนือมาก่อนแล้ว สมัย คริสตี เคนนีย์ เธอและพวกถึงกับไปเยี่ยมหมู่บ้านและแกนนำคนเสื้อแดงในภาคอีสาน ไปเยี่ยม “กลุ่มล้มเจ้า” ใน กทม. ซึ่งพวกนี้ได้รับเงินสนับสนุนจาก “กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย” ของอเมริกา ที่จัดสรรไว้ให้กับกลุ่มคนที่ต่อต้านสถาบันโดยอ้างประชาธิปไตยบังหน้า
หรือว่ากระทรวงต่างประเทศและทูตอเมริกันกำลังช่วยกลุ่มอำนาจเก่าที่กำลังดิ้นรนเต็มที่เพราะสูญเสียแทบจะทุกอย่าง วอชิงตันและทูตอเมริกันยังคิดว่า “ไพ่ทักษิณ” ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่อีกหรือ? อย่างไรก็ดี ถ้า
ฮิลลารี คลินตัน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี รัฐบาล คสช.คงเหนื่อย







