
เปิดร่างกม.ปลุกผี 'จีเอ็มโอ'
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ.... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ.... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว
สำหรับเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะใช้ในการดูแลสิ่งมีชีวิตที่มีการตัดต่อ ตัดแต่ง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม หรือผสมผสานสารพันธุกรรมใหม่ที่ได้จากวิธีการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ หรือวิธีการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดทั้งพืชและสัตว์
อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมถึงการทดลองสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เป็นยาสำหรับมนุษย์หรือสัตว์ตามที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุมอยู่แล้ว
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกลางในการกำกับดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ประกอบด้วย ปลัด ทส.เป็นประธาน และให้มีกรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 10 คน โดยมีเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นกรรมการและเลขานุการ
สำหรับคณะกรรมการชุดดังกล่าว มีหน้าที่กำหนดหลักการควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ในลักษณะที่ห้ามมิให้มีการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมใดๆ สู่สิ่งแวดล้อม เว้นแต่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมดังกล่าวจะได้ผ่านการใช้ในสภาพควบคุม และการใช้ในภาคสนามเพื่อทดสอบความปลอดภัยทางชีวภาพ การประเมินความเสี่ยงอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์ และได้มีการขึ้นบัญชีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่สามารถปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้แล้ว
กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไข หรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ในส่วนของบทลงโทษ ได้กำหนดให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ หากผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ และผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนระวางโทษปรับตั้งแต่ 1 หมื่น-3 แสนบาท จำคุกตั้งแต่ 1-3 ปี
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างการพิจารณาวาระนี้ ไม่มีเสียงคัดค้านและแสดงความเห็นใดๆ ซึ่งหากกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 1 ปี
สำหรับบทเฉพาะกาล ระบุว่า บุคคลที่ประกอบกิจกรรมต้องมายื่นคำขอรับอนุญาต หรือคำขอรับใบอนุญาต หรือแจ้งต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้
อนึ่ง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการผลักดันครั้งแรกผ่านกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ถูกคัดค้านมาโดยตลอด จนกระทั่งมีการนำเสนอโดย ทส.อีกครั้ง และผ่าน ครม.ในที่สุด







