
แรงซื้อต่างชาติหนุนตลาดอสังหาฯ ออนไลน์
โอเวอร์ซี พร็อพเพอร์ตี้ โปรเฟสชันแนล (โอพีพี) เว็บไซต์ข่าวสารธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่เพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของต่างชาติที่นำโดยสหรัฐ กำลังส่งผลให้ตลาดนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของไทยเปลี่ยนไปทำธุรกิจบนหน้าเว็บไซต์กันมากขึ้น
โอเวอร์ซี พร็อพเพอร์ตี้ โปรเฟสชันแนล (โอพีพี) เว็บไซต์ข่าวสารธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่เพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของต่างชาติที่นำโดยสหรัฐ กำลังส่งผลให้ตลาดนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของไทยเปลี่ยนไปทำธุรกิจบนหน้าเว็บไซต์กันมากขึ้น
โอพีพี ได้ยกตัวอย่างของเว็บไซต์ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นผู้นำเว็บไซต์นายหน้าตลาดบ้านในไทย ว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ทางเว็บมีการค้นหาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่ลงประกาศในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นถึง 21% ท่าม กลางยอดขายที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่งจากผู้บริโภค
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าเว็บไซต์ราว 49% ต้องการมองหาบ้านเดี่ยว และ 29% มองหาคอนโดมิเนียม ขณะที่ 25% ค้นหาทาวน์เฮาส์ ทั้งนี้ 42% ของผู้ใช้งาน มองหาที่พักอาศัยซึ่งมีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และ 27% ต้องการที่พักอาศัยต่ำกว่า 1 ล้านบาท
จากงานแสดงอสังหาริมทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ที่สิงคโปร์ เมื่อเดือน ต.ค.พบว่ามีโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ผุดขึ้นกว่า 20 แห่ง ทั้งในเวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ไทย และประเทศอื่นๆ ซึ่งดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 500 ราย โดยที่ตลาดจากไทยสามารถปิดการขายได้มากกว่า 100 ล้านบาท
พัทธนันท์ เนียวกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า ไทยมีแนวโน้มที่สดใสกว่าเดิม เมื่อเทียบกับช่วงเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในปี 2014 ที่ผ่านมา รวมทั้งการที่รัฐบาลวางแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่งผลให้เศรษฐกิจไทยกำลังเดินหน้าอีกครั้ง
การที่ความต้องการที่พักอาศัยปรับตัวเพิ่ม เป็นผลมาจากการขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะ ทำให้ประชาชนจากชนบทเข้าสู่เมืองหลวงเป็นจำนวนมาก ส่วนคนเมืองก็มองหาที่พักอาศัยใหม่เช่นกัน ทั้งเพื่อรองรับการขยายครอบครัว หรือต้องการย้ายให้ใกล้กับที่ทำงานหรือโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ขณะที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังช่วยสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้งานออนไลน์มากขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของไทยนั้น มีสัดส่วนถึง 34.90% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
ขณะที่บรรดาผู้เข้าเว็บไซต์มาค้นหาอสังหาริมทรัพย์ในไทยส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ 27% อังกฤษ 13% ออสเตรเลีย 12% และสิงคโปร์ 11%
สอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นของชาวสิงคโปร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2015 พบว่าผู้คนให้ความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ประเภทอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมในไทยกว่า 56% บ้าน 43% ที่ดิน 19% และสำนักงานหรืออาคารพาณิชย์ 14%
อย่างไรก็ตาม การที่คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้น ยังส่งผลให้การใช้โฆษณาออนไลน์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีที่ 2014 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การโฆษณาออนไลน์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ปรับเพิ่มขึ้นในปี 2015 ถึง 388 ล้านบาท หรือ ราว 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน







