
ต้องรอบคอบ
ข้อตกลงความร่วมมือของประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย 2 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกในสัดส่วนราว 85% ที่เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสภาผู้ผลิตน้ำมันปาล์มโลก สภาดังกล่าวจะมีหน้าที่และโครงสร้างคล้ายกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และเชิญชวนไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยจะต้องมีการศึกษาผลดี ผลเสียจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกโอเปกน้ำมันปาล์ม
ข้อตกลงความร่วมมือของประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย 2 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกในสัดส่วนราว 85% ที่เห็นชอบให้มีการจัดตั้งสภาผู้ผลิตน้ำมันปาล์มโลก สภาดังกล่าวจะมีหน้าที่และโครงสร้างคล้ายกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และเชิญชวนไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยจะต้องมีการศึกษาผลดี ผลเสียจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกโอเปกน้ำมันปาล์ม
แม้ว่าหลักการในการรวมตัวของกลุ่มประเทศผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของโลก จะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการดูแลในเรื่องราคา และดูแลเกษตรกรผู้เพาะปลูกให้มีคุณภาพและมีความยั่งยืนในอาชีพ
แต่วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาผู้ผลิตปาล์มน้ำมันที่ประกาศออกมาอย่างชัดเจนที่สุด คือ การรวมตัวกันดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองของชาติผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อส่งออก
นั่นหมายความว่า ประเทศผู้ผลิตหลักกำลังจะดำเนินการใช้อำนาจจากการรวมตัวกันของผู้ผลิตปาล์มน้ำมันไปกดดันราคาตลาด โดยไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าประเทศสมาชิกที่เป็นผู้ผลิตในลำดับถัดมาจะได้ประโยชน์ และไม่มีหลักประกันใดๆ ที่จะยืนยันได้ว่าประเทศสมาชิกรายอื่นที่มีส่วนแบ่งในการผลิตที่น้อยกว่า จะมีสิทธิเทียบเท่ากับประเทศที่ผลิตปาล์มน้ำมันมากที่สุดทั้งสองประเทศ แต่มีสิทธิที่จะตกเป็นเครื่องมือการใช้อำนาจทางการเมืองไปดูแลประชาชนในชาติผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่ไม่น้อย
บทเรียนในการรวมตัวกันของชาติมหาอำนาจด้านน้ำมันในกลุ่มโอเปก เป็นตัวสะท้อนได้ดีว่า การรวมตัวกันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่มุ่งเน้นการสร้างอำนาจการต่อรองนั้นจะไร้ประโยชน์ในระยะยาว หากประเทศผู้นำในการผลิตหลักมีบุริมสิทธิในการดำเนินการเหนือประเทศสมาชิก หรือมุ่งเน้นที่จะใช้องค์กรที่เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกไปใช้ในการต่อรองทางการเมือง ผลสัมฤทธิ์ของความร่วมมือจะไม่บังเกิดให้เห็นเป็นรูปธรรม หากประเทศผู้ผลิตหลักไม่ยอมปฏิบัติตามมติให้ลดปริมาณการผลิตลงมาเพื่อพยุงราคาน้ำมัน ทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำมันโลกโอเวอร์ซัพพลาย
ไทยเคยมีบทเรียนอันเจ็บปวดมาแล้วจากการจัดตั้งองค์กรยางระหว่างประเทศ (INDRO) เมื่อปี 2523 ที่ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญ่ของโลกคิดเป็น 70% แต่ได้ยุติบทบาทลงในปี 2542 เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตและผู้ใช้ยางมีทัศนะแตกต่างกันเกี่ยวกับราคายางขั้นต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำให้กับเกษตรกรของแต่ละประเทศ และความขัดแย้งดังกล่าวนำมาซึ่งความระแวงต่อกันในหลายเรื่อง
นอกจากนี้ ไทยมีปัญหาในเรื่องโครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันที่แตกต่างจากประเทศอื่น เพราะปาล์มน้ำมันที่ผลิตได้ไม่เพียงพอในการใช้ภายในประเทศ จนต้องมีการนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง คุณภาพสู้คู่แข่งไม่ได้ จนทำให้ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกรบิดเบี้ยว รัฐบาลควรเข้ามาจัดการ ควบคุมคุณภาพและปริมาณการผลิตให้มีประสิทธิภาพก่อนจะไปเป็นเครื่องมือของผู้ผลิตรายใหญ่







