posttoday
สัพเพเหระจากการก่อการร้าย

สัพเพเหระจากการก่อการร้าย

24 พฤศจิกายน 2558

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่ทำให้โลกช็อกอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ตั้งแต่ข่าวการก่อการร้ายในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีคนตายนับร้อย ถัดมาคือข่าวการจับตัวประกันร้อยกว่าคนในโรงแรมหรูในกรุงบามาโก นครหลวงของประเทศมาลี ทำให้มีคนตายหลังการบุกเข้าไปช่วยตัวประกันอีก 20 กว่าคน และล่าสุดคือการที่รัฐบาลเบลเยียมสั่งปิดกรุงบรัสเซลส์ นครหลวงของประเทศไปโดยสิ้นเชิงอีก 2 วัน เพราะเกรงว่าจะมีการก่อการร้ายแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส

ปัญหาการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้ผมนึกสงสัยจริงๆ ว่าความพยายามที่จะทำให้การค้าของโลกเปิดกว้างไร้พรมแดนที่เรียกว่า Globalization นั้นจะเกิดขึ้นได้จริงๆ อย่างที่คาดกันหรือไม่ เพราะดูจากปฏิกิริยาตอบโต้ของชาติต่างๆ โดยเฉพาะชาติตะวันตกที่มีส่วนร่วมในมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันต่อกลุ่ม Islamic State แล้ว ก็ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงยิ่งขึ้นเพื่อตอบโต้การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศของตน และยิ่งหลังๆ นี้มีประเทศที่ไม่เคยร่วมวงด้วยอย่างรัสเซียเข้ามาร่วมทิ้งระเบิดกลุ่มก่อการร้ายในประเทศซีเรียด้วย ความรุนแรงต่างๆ ก็ดูเหมือนจะยกระดับชั้นเป็นสงครามอย่างที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสประกาศอย่างชัดเจนว่า ประเทศฝรั่งเศสกำลังอยู่ในสภาวะสงครามด้วยแล้ว บรรยากาศที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดต่อไปไม่น่าเอื้อต่อการเปิดการค้าเสรี หรือแม้แต่การค้าปกติระหว่างประเทศ

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศเปิด และประเทศที่จำเป็นต้องอาศัยรายได้จากการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ย่อมจะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามหรือผลของการก่อการร้ายไปไม่ได้

คำถามคือ ในสภาวการณ์ที่ว่านี้ เราควรวางตัวอย่างไรให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ให้น้อยที่สุด สำหรับคำตอบของคำถามข้อนี้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลคงตระหนักดีว่าเราคงต้องวางตัวให้อยู่ห่างจากการพัวพันในเหตุการณ์ให้มากที่สุด ซึ่งการที่ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ และไม่เคยทำตัวเป็นศัตรูหรือมีประวัติศาสตร์ที่ขมขื่นกับความเชื่อของกลุ่มก่อการร้าย Islamic State เหมือนประเทศตะวันตก เราจึงไม่น่าที่จะตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายของกลุ่มก่อการร้าย หรือในความเชื่อของพวกเขาคือนักต่อสู้เพื่อศรัทธาในศาสนาตามการตีความของเขา แต่อย่างไรก็ดี รัฐบาลคงวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในประเทศเพิ่มขึ้นไว้แล้ว หลังจากที่เหตุร้ายเกิดขึ้นในต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องไปบอกท่านว่าควรทำอะไรบ้าง

แต่ที่น่าคิดคือ คนไทยธรรมดาๆ อย่างท่านอย่างผมนั้น ควรทำอะไรบ้างในสถานการณ์โลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่จะหางานดีๆ ทำอาจจะยากขึ้น อย่างน้อยโอกาสที่จะได้รับเงินโบนัสหลายๆ เดือน หรือขึ้นเงินเดือนมากๆ เหมือนในช่วงที่เศรษฐกิจดีๆ นั้น อาจจะน้อยลง ส่วนชาวนาและเกษตรกรคงหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะราคาผลผลิตเพิ่มขึ้นไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าผลผลิตได้รับความเสียหายจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น

พูดจริงๆ นะครับว่า ไม่อยากแนะนำให้ทำบัญชีครัวเรือน ไม่ก่อหนี้โดยไม่จำเป็นเพราะเห็นแก่ได้จากสิ่งล่อใจต่างๆ เหมือนอย่างการกู้ซื้อรถยนต์คันแรกในอดีต เพราะยุคของดอกเบี้ยต่ำน่าจะใกล้ถึงจุดเปลี่ยน ถ้าธนาคารกลางของสหรัฐปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือน ธ.ค.ที่กำลังจะถึง สาเหตุเพราะท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้จากกูรูทั้งหลาย

ถ้าถึงวันนี้แล้วท่านยังไม่เตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และยังตั้งหน้าตั้งตาที่จะก่อหนี้ต่อไป คงเป็นสิทธิของท่าน และใครคงจะไปห้ามไม่ได้ ถ้าท่านพร้อมที่จะใช้รายได้ในอนาคตให้หมดไปในวันนี้

แต่ที่อยากพูดถึงคือ ไม่ว่าท่านจะก่อหนี้เพิ่มหรือไม่ก่อหนี้ สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือการใช้ความพยายามที่จะลดค่าใช้จ่าย ผมเองพักนี้เพิ่งสังเกตว่าตัวเองเป็นนักสะสมเสื้อผ้าคนหนึ่งเหมือนกัน เพราะในตู้เสื้อผ้าและในลิ้นชักมีเสื้อผ้าโดยเฉพาะเสื้อประเภททีเชิ้ต หรือเสื้อโปโลที่ซื้อมาแล้วยังไม่แกะออกจากซองอยู่หลายตัว บางตัวแกะออกจากซองแล้วแต่ซุกอยู่ในลิ้นชักด้านล่าง ยังใหม่เอี่ยมเพราะเสื้อผ้าที่ใช้อยู่ประจำมักเป็นเสื้อที่วางทับอยู่ชั้นบน ไม่เคยคุ้ยลงไปข้างล่าง พอใช้บ่อยๆ เก่า สีตก ก็ไปซื้อใหม่ ไม่คุ้ยหาของเก่ามาใช้ เผอิญพักนี้ลดน้ำหนักลงไปได้หลายกิโลกรัม จะไปซื้อเสื้อใหม่ก็เสียดายเงิน เลยลองคุ้ยลิ้นชักดู ปรากฏว่ามีเสื้อทั้งไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ เหลือให้ใช้อีกเป็นกอง ไม่ต้องไปซื้อใหม่ เลยรู้ตัวว่าเป็นคนฟุ่มเฟือยใช้จ่ายเงินโดยไม่จำเป็นคนหนึ่งเหมือนกัน ผมว่าถ้าเรากล้าทิ้งของใช้ไปบ้าง นอกจากจะทำให้บ้านช่องกว้างขวางขึ้นไม่รกแล้ว ยังจะช่วยลดการซื้อเสื้อผ้าของใช้มาเพิ่มโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ที่คุยกันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการซื้อตามแฟชั่นของคุณผู้หญิงนะครับ แต่สรุปว่าบางทีเราคิดว่าใช้จ่ายอย่างประหยัดแล้ว แต่ความจริงมีการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแฝงอยู่ เหมือนตัวอย่างที่เล่าให้ฟัง ถ้าลดละเลิกพฤติกรรมซื้อของมาเก็บ ก็จะทำให้ท่านประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ไม่น้อย

อีกเรื่องหนึ่งคือ ท่ามกลางกระแสโซเชียล มีเดียที่ท่วมท่านด้วยสารพัดข่าวสารเวลานี้ ผมว่าถ้าท่านเอาจริงเอาจังกับข่าวสารเหล่านี้มากเกินไป นั่งที่ไหนก็กดโทรศัพท์มือถือ ท่านจะเอาเวลาที่ไหนไปใช้ให้เป็นประโยชน์ที่จะหารายได้เพิ่มหรือลดค่าใช้จ่าย หรือดูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้าง เพื่อทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น หรืออย่างน้อยจะได้ลดค่ามือถือลงเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย

เดี๋ยวนี้ผมเห็นเด็กหนุ่มๆ สาวๆ ในหมู่บ้านขี่รถจักรยานบ้าง มอเตอร์ไซค์บ้างมือเดียว อีกมือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือท่าทางจะแชตกับเพื่อนอย่างเมามัน เป็นที่น่าหวาดเสียว ถ้าตำรวจมีเวลาน่าจะเรียกมาตักเตือนบ้างน่าจะดี

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย คือ พักนี้เห็นมีการแบ่งพวกเชียร์จีนบ้าง เชียร์อเมริกาบ้าง รัสเซียบ้าง หรือแม้แต่เชียร์กลุ่มผู้ก่อการร้ายบ้าง ซึ่งการเชียร์คงไม่เป็นปัญหา เพราะเป็นสิทธิของใครที่จะรักจะชอบใคร แต่ถ้าเป็นไปได้น่าจะลดการบริภาษตำหนิติเตียนฝ่ายที่ตนเองไม่ได้เชียร์บ้างน่าจะดี เพราะอย่างที่ว่าครับว่า เราเป็นประเทศเล็กๆ ไม่จำเป็นอย่าเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับสงครามระดับสากลกับเขาดีกว่า ดีไม่ดีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจกับการปั่นกระแสโซเชียลมีเดียในเมืองไทยขึ้นมา เราจะเดือดร้อนโดยใช่เหตุ

เอาว่าในสถานการณ์เวลานี้ คงต้องยึดในสุภาษิตของท่านสุนทรภู่ที่สอนสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณีไว้ดีกว่าที่ว่า รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

ก็ขอสรุปจบดื้อๆ อย่างนี้ เพราะต้องพยายามเขียนให้สอดคล้องกับสุภาษิตของท่านสุนทรภู่ที่ว่าไว้เหมือนกันแหละครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท