posttoday
คดีฟิลลิปมอร์ริสกับอธิปไตยของชาติ (2)

คดีฟิลลิปมอร์ริสกับอธิปไตยของชาติ (2)

24 พฤศจิกายน 2558

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

บุหรี่เป็นหนึ่งใน “ของมึนเมา” ที่พระพุทธเจ้าห้ามไว้ในศีลข้อห้า คือ “สุราเมรยะมัชชะ  ปะมาทัฏฐานาเวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ”

สุรา คือ เหล้าจากการกลั่น เมรัย คือ เหล้าจากการหมัก มัชชะ คือ ของมึนเมา ซึ่งครอบคลุมบุหรี่และสิ่งเสพติดต่างๆ

ทั้งสุรา เมรัย และบุหรี่ ล้วนเป็นสิ่งเสพติด โดยสังคมส่วนใหญ่จัดว่าเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย ก็เป็นสิ่งเสพติด ฉะนั้นกลยุทธ์สำคัญของบริษัทบุหรี่คือการโฆษณา โดยเน้นการโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ เพื่อลบภาพสิ่งเสพติดให้โทษให้กลับกลายเป็นของเท่ เป็นของโก้เก๋ ขณะที่ฝ่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ รู้ดีว่าบุหรี่เป็นสิ่งเสพติด การแก้ปัญหาโดยการรณรงค์ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ติดบุหรี่ให้เลิกบุหรี่จึงเป็นเรื่องยาก แม้บุหรี่จะไม่มีฤทธิ์เสพติดร้ายแรงอย่างฝิ่นหรือเฮโรอีน

ยิ่งสำหรับผู้ที่ติดบุหรี่ตั้งแต่อายุน้อยเท่าไร จะยิ่งเลิกยากมากเท่านั้น ดังพี่สาวของอดีตรองประธานาธิบดี อัลกอร์ ซึ่งติดบุหรี่ตั้งแต่ครั้งเป็นวัยรุ่น ก็เลิกบุหรี่ไม่ได้และเสียชีวิตจากมะเร็งปอด

มาร์ค ทเวน นักประพันธ์เอกท่านหนึ่งของสหรัฐ จึงเคยบอกว่า บุหรี่น่ะเลิกง่ายนิดเดียว ผมเคยเลิกมาแล้วตั้งสองร้อยกว่าครั้ง

การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่จึงต้องมุ่งช่วยคนที่ติดบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ และป้องกันคนที่ยังไม่สูบมิให้ริไปสูบบุหรี่ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้การสูบบุหรี่เป็นของยากขึ้น และมิใช่สิ่งโก้เก๋

ผู้นำประเทศไทยที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่อย่างได้ผลและทรงพลัง คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 3 มี.ค. 2523-4 ส.ค. 2531

งานชิ้นโบแดงชิ้นแรกของ พล.อ.เปรม ในเรื่องนี้ คือ การตัดสินใจแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้โรงงานยาสูบใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท “ยกเครื่อง” โรงงานยาสูบ โดยให้ปรับลดงบประมาณลงเหลือเพียง 300 ล้านบาท เพื่อส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่ต้องการลงทุนแข่งขันในธุรกิจบาปเกินสมควร และต่อมาได้มีการสั่งห้ามสูบบุหรี่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และมีมติคณะรัฐมนตรีห้ามโฆษณาบุหรี่ ซึ่งโรงงานยาสูบของไทยปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยดี ด้วยการปลดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ลง แต่บริษัทบุหรี่ข้ามชาติดื้อแพ่งไม่ปฏิบัติตาม อ้างว่า มติ ครม.มิใช่กฎหมาย พล.อ.เปรม จึงสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องไปออกกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ออกระเบียบห้ามโฆษณาบุหรี่ออกมา บริษัทบุหรี่ข้ามชาติจึงยอมปลดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ลง

หลังจากแกตต์ตัดสินให้ไทยต้องเปิดตลาดให้บุหรี่ต่างชาติ แต่ให้ห้ามโฆษณาได้ บริษัทบุหรี่ข้ามชาติก็ใช้เล่ห์เพทุบาย ออดอ้อนขอโฆษณาต่ออีก “เพียง 3 เดือน” ซึ่งไทยเกือบตกหลุมพรางนี้ โชคดีที่ผู้นำรณรงค์เรื่องสุขภาพในสหรัฐ ชี้แนะว่า อย่าไปยอมเด็ดขาด เพราะถ้ายอม หลังจากพ้น 3 เดือน จะเกิดปัญหาขึ้นในหมู่คนไทยด้วยกันเอง เพราะเอเยนซีโฆษณาที่ได้รับสัญญาโฆษณาจากบริษัทบุหรี่จะกลายเป็นพวกของบริษัทบุหรี่ และออกมาเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

เราจึงไม่ยอมตกหลุมพรางตามคำออดอ้อนนั้น

คดีเลี่ยงภาษี 6.8 หมื่นกว่าล้านบาทในครั้งนี้ ก็มาในเส้นทางคล้ายคลึงกัน บริษัทบุหรี่ไม่มีสิทธิฟ้ององค์การการค้าโลก จึงผลักดันให้ฟิลิปปินส์เป็นผู้ฟ้องไทยในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันนี้ และเราถูกตัดสินให้แพ้คดี จนทำให้เกิดการลังเลและทำให้การฟ้องคดีกับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ยืดเยื้อมาหลายปี จนถึงขณะนี้

ความจริงเรื่องนี้จะต้องพิจารณาอย่างแยกแยะ เพราะแม้จะเป็นคดีที่มีมูลคดีเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ประเด็นสำคัญก็แตกต่างกันมาก

หากพิจารณาคำพิพากษาขององค์การการค้าโลก โดยละเอียดจะพบว่า

ประการแรก คดีที่องค์การการค้าโลกตัดสิน เป็นคดีระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับรัฐบาลไทย แต่คดีในประเทศไทยเป็นคดีที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) ละเมิดกฎหมายไทย

ประการที่สอง ประเด็นสำคัญที่ฟิลิปปินส์ฟ้องไทย เป็นเรื่องของระเบียบและวิธีการปฏิบัติ เช่น ประเด็นกล่าวหาว่าหน่วยราชการไทยขาดความเป็นกลางและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ประเด็นการเก็บภาษีศุลกากรบุหรี่นำเข้าจากฟิลิปปินส์อย่างไม่เป็นธรรม ประเด็นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบุหรี่นอกมากกว่าบุหรี่ในประเทศ มีลักษณะปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และประเด็นไม่ได้พิมพ์เผยแพร่กฎหมาย กฎระเบียบ คำพิพากษาของศาลและคำสั่งทางปกครองให้ผู้นำเข้ามีความคุ้นเคยกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเหล่านี้อย่างเพียงพอ เป็นต้น

ส่วนคดีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่มีการเลี่ยงภาษี โดยแจ้งราคาต่ำมาก เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงมาก เช่น แจ้งราคาบุหรี่มาร์ลโบโรนำเข้าเพียงซองละ 7.76 บาท ขณะที่บริษัท คิง เพาเวอร์ แจ้งราคานำเข้า 27.46 บาท และราคานำเข้าที่สิงคโปร์ 19.95 บาท นำเข้ามาเลเซีย 20 บาท

นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ในฟิลิปปินส์ และในประเทศไทย เป็นเจ้าของเดียวกัน ราคาที่แจ้งจึงเข้าลักษณะ “ราคาโอน” เพื่อถ่ายเทกำไรกันเอง โดยการเลี่ยงภาษี

ประการที่สาม มูลคดีนี้เกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2546-2550 กรมสอบสวนคดีพิเศษเสนอฟ้องเมื่อ พ.ศ. 2552 ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยต่อองค์การการค้าโลก เมื่อ พ.ศ. 2551 องค์การการค้าโลกตัดสินเมื่อปลาย พ.ศ. 2553 ข้อมูลทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่อัยการสูงสุดจะชี้ขาดให้ฟ้องคดี เมื่อเดือน ก.ย. 2556 เป็นเวลาถึงร่วม 3 ปีแล้ว ข้อมูลคำตัดสินขององค์การการค้าโลกจึงย่อมอยู่ในการพิจารณาของอัยการสูงสุดแล้ว มิใช่เพิ่งเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นหลังการชี้ขาดให้ฟ้องคดี

ประการที่สี่ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ประเทศไทย) ขู่ว่า หากฟ้องคดีจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ เรื่องนี้ อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าไม่เกี่ยวกันและไม่คัดค้านการฟ้องคดีนี้

ไม่แปลกที่จะมีเจ้าหน้าที่ของไทยบางคน “หวั่นไหว” กับเรื่องนี้ เพราะแม้แต่กลุ่มประเทศอียู ซึ่งประกอบด้วยประเทศต่างๆ ถึง 27 ประเทศ ก็ยังหวั่นไหวกับอิทธิพลของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ เพราะในอียูมีเจ้าหน้าที่ทำงานเรื่องบุหรี่ราว 6 คน แต่มี “นักวิ่งเต้น” หรือล็อบบี้ยิสต์ของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติทำงานในอียูถึง 60 คน

ก็ต้องติดตามต่อไปว่า เราจะสามารถรักษาอธิปไตยของชาติในเรื่องนี้ไว้ได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท