
กมธ.ชงกรธ.ไม่รอลงอาญาทุจริตเลือกตั้ง-ตัดอำนาจถอดถอนของสว.
กมธ.การเมืองเสนอกรธ.ไม่รอลงอาญาทุจริตเลือกตั้ง หนุนมีสว.ต่อไปแต่ตัดอำนาจถอดถอนเพื่อทำหน้าที่คานอำนาจการเมือง
กมธ.การเมืองเสนอกรธ.ไม่รอลงอาญาทุจริตเลือกตั้ง หนุนมีสว.ต่อไปแต่ตัดอำนาจถอดถอนเพื่อทำหน้าที่คานอำนาจการเมือง
วันที่ 24 พ.ย. นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่า กมธ.มีข้อสรุปเบื้องต้นที่จะส่งไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยหลักสำคัญ คือ ต้องทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้นมีความสุจริต เที่ยงธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฎหมายลูกจะต้องเหมาะสม สอดคล้องกับสังคมไทย
ทั้งนี้ จึงเสนอให้การลงโทษคดีทุจริต ที่เป็นความจงใจ ส่อทุจริตไม่ต้องรอลงอาญาอีกต่อไป ยกเว้นแต่กรณีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนโทษปรับต้องปรับจริงดำเนินการจริงในสมัยเลือกตั้งนั้น ไม่ควรปล่อยระยะเวลานานเป็น 10 ปี แล้วค่อยดำเนินการ สำหรับบทลงโทษทางการเมืองผู้ที่ทุจริตต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทหาร และตำรวจ จะต้องมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และหากพบการทุจริตในการเลือกตั้ง กกต.ในฐานะผู้ควบคุมการเลือกตั้งจะต้องได้รับบทลงโทษ ฐานปล่อยปละละเลย
สำหรับระบบการเลือกตั้งนั้น ควรมีสส.จำนวน 400 คน ไม่ควรมีระบบบัญชีรายชื่อ และใช้ระบบ 1 คน 1 คะแนน หรือ วันแมนวันโหวต โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และใช้จำนวนประชาชนในพื้นที่เป็นตัวกำหนดเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ ที่มาของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำหนดว่าจะเป็นสส.ในสภาผู้แทนราษฎรหรือคนนอก แต่กรณีนายกฯคนนอกนั้น ต้องได้รับเสียง 3 ใน 5 ของสภาฯ และนายกฯที่เป็นสส.จะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ คือ 240 คน
อย่างไรก็ดี โดยต้องเลือกนายกฯให้ได้ภายใน 30 วัน แต่ถ้าเลือกไม่ได้ต้องยุบสภาฯ และเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน ส่วนที่มาของสว.นั้น เบื้องต้นยังสนับสนุนให้มีสว.อยู่ เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบทางการเมือง แต่ไม่ควรมีอำนาจถอดถอนทางการเมือง ส่วนเรื่องจำนวนของสว.นั้น ที่ประชุมยังไม่ตกผลึก โดยจำนวนคาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 200-250 คน ส่วนเรื่องของวิธีการได้มา ยังมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะต้องมีหารือกันอีกครั้ง







