
สช.จัดประชุมประเมินผลกระทบสุขภาพอาเซียน
สช.จัดประชุมประเมินผลกระทบสุขภาพอาเซียน เล็งลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ
สช.จัดประชุมประเมินผลกระทบสุขภาพอาเซียน เล็งลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) และ 23 หน่วยงาน จัดประชุมวิชาการนานาชาติระดับอาเซียน การประเมินผลกระทบและมาตรการเยียวยาลดผลกระทบครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอาเซียนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ มหาวิทยาลัยเนรศวร จ.พิษณุโลก โดยมีภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างประเทศครอบคลุมภาคราชการ ภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ท้องถิ่น และนักวิชาการ เข้ารวมกว่า 500 คน
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (ศสช.) กล่าวว่า ภายหลังจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปี 2558 หรือ 2015 เครื่องมือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจะถูกประยุกต์ใช้กับยุทธศาสตร์การพัฒนาทุกนโยบายใส่ใจสุขภาวะ และถึงแม้ว่าอาเซียนจะมีการสนับสนุนการค้าการลงทุนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ควรพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสังคมและสุขภาพควบคู่ไปด้วย การประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลหลักฐานระหว่างนักวิชาการทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการประเมินผลกระทบ พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างนโยบายสาธารณะที่ใส่ใจสุขภาพ
สำหรับ ผลลัพธ์ของการประชุมในครั้งนี้ คือการจัดทำแผนปฏิบัติการของผู้ประสานงานเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพระดับอาเซียน ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมอาวุโสด้านการสาธารณสุขระดับอาเซียนครั้งที่ 11 ซึ่งจะจัดขึ้นในปีหน้าที่ประเทศบรูไน
ด้าน นพ. วิพุธ พูลเจริญ ประธานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ประธานการจัดประชุมฯ กล่าวว่า การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติจากที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการพัฒนาสาธารณสุขอาเซียน (SOMHD) ครั้งที่ 9 เมื่อปี 2557 ที่จังหวัดเชียงราย มอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการ เพื่อสร้างเสริมศักยภาพเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพระดับอาเซียน จัดทำแผนปฏิบัติและกรอบดำเนินการประเมินผลกระทบ (Impact Assessment : IA) ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้การรวมตัวของประเทศอาเซียนเป็นสังคมหนึ่งเดียวที่มีความเอื้ออาทรควบคู่ไปกับการพัฒนา
นพ.วิพุธ กล่าวว่า การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA ถือเป็นหัวใจของการประเมินผลกระทบ เนื่องจากเรื่องของ สุขภาพ เกี่ยวข้องกับทุกนโยบาย ซึ่งที่ผ่านมาการประเมินผลกระทบ มักเกิดข้อขัดแย้งเรื่องรับการรับรู้และการมีส่วนร่วม ระหว่างฝ่ายผู้ลงทุน ผู้สนับสนุนนโยบาย และชุมชน ดังนั้น ภาควิชาการจึงเป็นตัวเชื่อมสำคัญที่จะช่วยสื่อประสานข้อมูลข่าวสารให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และความขัดแย้งในสังคม และก่อให้เกิดความร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการจัดทำระบบประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ที่จะเป็นรากฐานของการดูแลสุขภาวะของสังคม
ศ.สุจิน จินายน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมวิชาการซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนงานวิชาการเรื่องการประเมินผลกระทบทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน นอกจากนี้ จังหวัดพิษณุโลกตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย และมีแยกอินโดจีนเป็นเส้นทางสำคัญทางการค้าของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ซึ่งสร้างโอกาสทางการค้าของประเทศไทย และในทางกลับกันอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบจากการพัฒนานี้ได้ด้วย ดังนั้นเครื่องมือการประเมินผลกระทบจึงควรทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบให้กับภูมิภาคของเรา







