posttoday
หลงทาง เสียเวลา เสียอนาคต

หลงทาง เสียเวลา เสียอนาคต

23 พฤศจิกายน 2558

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

คนไทยต้องยอมรับว่าวันนี้ประเทศไทยมีปัญหา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง ทำไมประเทศไทยที่ได้ชื่อว่ามีการปฏิรูปและปฏิวัติบ่อยครั้งมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ทำไมยิ่งทำยิ่งตกต่ำไปเรื่อย เราจะออกจากวงจรอุบาทว์นี้ไปได้อย่างไร?

ทิศทางของประเทศไทยในอนาคตจะไปทางไหน จะเป็นอย่างไร คนไทยจึงจะมีความสุขรัฐบาลจะคืนความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนให้กับคนไทยและประเทศไทยอย่างไร?

ที่ตั้งคำถามแบบนี้ เพราะอยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าจะมาจากการปฏิวัติรัฐประหารก็ตาม ได้ทำตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลของท่านประกาศทุกวันว่า “จะคืนความสุขให้ประชาชน” เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถจะใช้อำนาจได้เต็มที่อย่างที่รัฐบาลของท่านมีอยู่ในมือ และที่สำคัญรัฐบาลท่านไม่ต้องห่วงเรื่องคะแนนเสียงหรือความนิยมทางการเมือง หากจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระบบ ระเบียบ กฎหมาย รวมทั้งนโยบายที่จำเป็น เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาที่จะทำให้ “ประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” อย่างที่ท่านประกาศเอาไว้

หลังจากการยึดอำนาจที่ผ่านมา เชื่อว่ารัฐบาลและ คสช. คงให้หน่วยข่าวลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง คงได้รับรู้รับทราบความรู้สึกและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนมากกว่าผลโพลที่มีออกมาทุกอาทิตย์

สาเหตุที่สำคัญคือ ระบบราชการอ่อนแอ เพราะมีช่องว่างระหว่างระบบราชการ ข้าราชการกับประชาชน ที่ไม่มีความเชื่อมโยงกัน ตัวอย่างเช่น การปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ในปี 2545 มีการยุบหน่วยงานบริการประชาชนและหน่วยราชการระดับอำเภอ แล้วเอาข้าราชการจำนวนมากมากองไว้ที่จังหวัดโดยไม่มีงานทำ และไม่มีงบประมาณที่จะให้ลงพื้นที่ไปทำงานใกล้ชิดประชาชนเหมือนเดิม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนต้องเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายมาติดต่องานราชการที่ตัวจังหวัด ซึ่งบางครั้งต้องไปมาหลายครั้งกว่าจะจบเรื่องได้ รวมทั้งผลกระทบตั้งแต่มีการปรับลดอัตรากำลังข้าราชการแบบเฉลี่ยเท่ากันทุกหน่วยงาน ที่ทำกันแบบเร่งด่วนโดยไม่ได้มีการศึกษาว่าหน่วยงานไหนควรปรับลดจำนวนข้าราชการและอัตรากำลังประเภทไหนเท่าไร และต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงระบบ PC เป็นระบบแท่ง (MSC) ที่ทำกันอย่างรวดเร็วในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี 2535 โดยอ้างว่าเพื่อให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ จะได้ไม่เกิดสมองไหล แท้ที่จริงเป็นการปรับระบบเพื่อเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้สูงขึ้นเทียบเท่าเอกชน แต่ไม่ได้ช่วยทำให้ระบบราชการและการบริหารจัดการดีขึ้นตามเงินเดือนและค่าตอบแทนเหมือนเอกชนเลย ทำให้เกิดช่องว่างและไม่ต่อเนื่องในการทำงาน ส่งผลให้ข้าราชการระดับล่างได้เลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน จนทำให้ระบบราชการอ่อนแอลง

โดยเฉพาะนโยบาย Brake All The Rules และโยกย้ายข้าราชการแบบเล่นพรรคเล่นพวกข้ามกระทรวง ทบวง กรม เอาผู้บริหารที่ไม่ใช่พวกย้ายออกไป หรือข้าราชการที่เป็นพวกพ้องแต่ไม่รู้เรื่องงานข้ามกระทรวงไปเพื่อรับตำแหน่งที่สูงขึ้น ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์และไม่เข้าใจเรื่องงานที่จะต้องไปรับผิดชอบ จึงไม่สามารถสั่งงานและบริหารราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาใหญ่ของประเทศอยู่ที่การปรับโครงสร้างและทรัพยากรบุคคลของประเทศ หากแก้ไขปัญหาถูกวิธียังต้องใช้เวลาอีกนาน แต่หากแก้ไขไม่ถูกวิธีอย่างที่พวกนักปฏิรูปทำกันมา ประเทศไทยอาจล่มจมได้

นโยบายดีอย่างไร หากไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นการจะนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและถึงมือประชาชนโดยเร็วและมีประสิทธิภาพนั้น ต้องสามารถขับเคลื่อนระบบราชการและข้าราชการให้ได้

นโยบายที่ทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นำเสนอนั้น ที่จริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่และเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อพยุงภาวะเศรษฐกิจที่กำลังมีปัญหา แต่ก็เป็นนโยบายที่ดีและควรสนับสนุน เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายสามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลและเดินหน้าไปได้

จากประสบการณ์พบว่าปัญหาใหญ่ที่ทำให้นโยบายไม่สามารถขับเคลื่อนได้ มาจากการที่ข้าราชการไม่อยากทำ ไม่กล้าทำเพราะเกิดปัญหามาต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา ไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดผลสำเร็จตามที่ได้มอบหมายสั่งการ โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

ดังนั้น การมอบนโยบาย มอบหมายสั่งการเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ จะต้องกำกับดูแลใกล้ชิดและขจัดปัญหาความไม่เข้าใจเหล่านั้น รวมทั้งอาจต้องบอกแนวทางว่าจะต้องทำอย่างไรให้ชัดเจน ต้องมีการติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาก็ต้องแนะนำและแก้ไขปัญหาให้ในทันทีเนื่องจากงบประมาณมีจำกัด การขับเคลื่อนนโยบายจึงควรต้องจัดลำดับความสำคัญและเน้นนโยบายที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน การขับเคลื่อนต้องสร้าง Impact และ Multiplier Effect ในระบบเศรษฐกิจให้ได้

โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลรีบร้อนเร่งรัด เช่น โครงการการขนส่งทางราง รถไฟ เป็นต้น เนื่องจากโครงการแบบนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลอาจต้องเอาเงินภาษีอากรไปอุดหนุนชดเชยการขาดทุนเหมือนที่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมากทุกปี จึงควรมีการศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบคอบและส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเองโดยไม่ใช้เงินของรัฐ ให้มีการแข่งขันไม่ผูกขาด โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนแล้วที่ประเทศอินโดนีเซีย โครงการรถไฟความเร็วสูงที่บริษัทญี่ปุ่นและจีน ซึ่งมีรัฐบาลทั้งสองประเทศหนุนหลัง ให้ทั้งเงินกู้ ลดอัตราดอกเบี้ยแข่งขันกันจนไม่ต้องคิดดอกเบี้ย และใช้การเมืองระหว่างประเทศกดดันรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างหนัก แต่รัฐบาลอินโดนีเซียซึ่งมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเหมือนกันไม่ยอมต่อรองและประกาศยกเลิกโครงการ ทำให้ประเทศจีนต้องตัดสินใจลงทุนเอง โดยรัฐบาลอินโดนีเซียไม่ต้องจ่ายเงินของรัฐแม้แต่บาทเดียว เพราะประเทศจีนและญี่ปุ่นต่างก็มีปัญหาเศรษฐกิจเหมือนกัน และอยากได้โครงการเหล่านี้อยู่แล้ว จึงทำทุกวิถีทางที่จะได้โครงการ ซึ่งจีนตัดสินใจได้เร็วกว่าจึงคว้าเอาโครงการไปได้ ประเทศไทยก็ไม่ควรไปลงทุนเอง

รัฐบาลควรเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนอย่างยั่งยืน คือ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำแบบบูรณาการ ทั้งการแก้ไขน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยการก่อสร้างระบบชลประทานที่จะส่งน้ำให้ประชาชนทุกไร่นาและทุกหลังคาเรือน รวมทั้งใช้ระบบเดียวกันแก้ไขปัญหาเวลาน้ำท่วมได้ด้วย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอยู่ มีกิน มีใช้ อาจไม่ร่ำรวยแต่ไม่อดอยากยากจน เพราะพื้นฐานการเกษตร แต่เราไม่เคยต่อยอดเพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประเทศชาติและประชาชน หากเราไม่ทำอะไรก็จะต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่มีผลกระทบจากภายนอกอย่างนี้มากขึ้น เพราะการพัฒนาที่ผ่านมาเราพัฒนาแบบต้องพึ่งพาต่างประเทศ เราจึงยืนอยู่บนขาของตัวเองไม่ได้เสียที

คิดใหม่ ทำใหม่ให้ถูกทาง เพราะเราหลงทางจึงต้องเสียเวลาและเสียอนาคต รัฐบาลและ คสช.จะคืนความสุขให้ประชาชนได้ไม่ยาก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์

แต่ทำไมจึงเกิดวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำอีก และดูจะรุนแรงขึ้นทุกที หากอยากรู้ว่าจะแก้ไขและนำประเทศไทยออกจากวงจรอุบาทว์ได้อย่างไร ให้ไปอ่านพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธ.ค. 2540 แล้วจะได้ไม่หลงทางอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69