
เร่งสรุป12สำนวนคดี112ภายในสิ้นพ.ย.
ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดี 112 ทั้ง 12 สำนวน ภายในสิ้นเดือนนี้ สอบปม 2 อดีตตร.กองปราบฯพัวพันคดี
ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดี 112 ทั้ง 12 สำนวน ภายในสิ้นเดือนนี้ สอบปม 2 อดีตตร.กองปราบฯพัวพันคดี
จากกรณี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้ลงนามในคำสั่งย้าย 8 นายตำรวจในสังกัดกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ให้ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช ได้เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่า อดีตตำรวจกองปราบปราม 2 ใน 3 นายที่ลาออกจากราชการไปก่อนหน้านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่ต้องนำข้อมูลการสืบสวนนี้ให้ฝ่ายสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ซึ่งในส่วนแนวทางการสืบสวนได้ส่งมอบให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รองผบ.ตร. ดำเนินการแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ย. รายงานข่าวฝ่ายสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังพล.ต.ท.ฐิติราช ได้ส่งข้อมูลมาให้ว่า มีอดีตนายตำรวจในสังกัดบก.ป.เกี่ยวข้อง โดยหากหลักฐานและการสอบสวนไปถึงก็จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบความผิดในสำนวนเนื่องจากหลักฐานและการสอบปากคำยังไม่ถูกระบุไว้ในรายละเอียดของสำนวน รวมทั้งยังไม่ได้มีให้พนักงานสอบสวนไปขออำนาจศาลการออกหมายจับใครตามที่เป็นกระแสข่าว
ในส่วนของสำนวน 12 สำนวนที่ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ส่งมอบให้นั้น คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปส่งสำนวนส่งให้ทางกองคดี เพื่อเสนอต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ตามที่กำหนดไว้ รวมทั้งในส่วนของสำนวนที่เหลืออีก 3 สำนวน ที่ปรากฏชื่อ พ.อ.คชาชาติ บุญดี เป็นผู้ต้องหานั้น คาดว่าในสัปดาห์หน้าทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะส่ามารถรวบรวมส่งให้ คณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่มีพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.รองผบ.ตร เป็นหัวหน้าคณะได้เช่นกัน
สำหรับกรณีที่ชุดสืบสวนพบข้อมูลหลักฐานว่ามีอดีตนายตำรวจ ทั้งสองนาย สังกัด บก.ป.ที่เข้าข่ายการกระทำความผิดร่วมนั้น โดยชุดสืบสวน พบเอกสารหลักฐานความเชื่อมโยงว่ามีความสนิทสนมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภาผู้ต้องหาในคดี 112 ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ซึ่งพบว่ามีการร่วมกระทำความผิดร่วมกับ พ.ต.ต.ปรากรม หลายคดี ไม่ว่าจะเป็นการนำรถที่ตรวจยึดเป็นของกลางนำมาใช้ การเบิกทรัพย์สินของทางราชการ เช่นอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร และรถยนต์ นำมาให้ พ.ต.ต.ปรากรม และยังร่วมเรียกรับผลประโยชน์สถานบันเทิง







