posttoday
ความสูญสิ้นในอนุทวีป

ความสูญสิ้นในอนุทวีป

22 พฤศจิกายน 2558

มีงานเขียนเรื่องหนึ่งที่อ่านทีไรก็ตาสว่างทุกที อ่านมาตั้งหลายปี โดยเฉพาะทุกครั้งที่ชาวพุทธกับมุสลิมมีปัญหา

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

มีงานเขียนเรื่องหนึ่งที่อ่านทีไรก็ตาสว่างทุกที อ่านมาตั้งหลายปี โดยเฉพาะทุกครั้งที่ชาวพุทธกับมุสลิมมีปัญหาระหองระแหงหรือเรื่องหมางใจกัน ผมจะหันเข้าหาหนังสือเล่มนี้ อย่างน้อยก็เพื่อเตือนใจว่า ความขัดแย้งทั้งหลายไม่เกี่ยวกับศาสนาทั้งหมด และผู้บุกเบิกศาสนามีความอะลุ่มอล่วยมากกว่าคนสมัยนี้เสียอีก

งานเขียนที่ว่านี้คือ The Historical Interaction between the Buddhist and Islamic Cultures before the Mongol Empire (ปฏิสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างวัฒนธรรมพุทธและอิสลามก่อนอาณาจักรมองโกล) เขียนโดย อเล็กซานเดอร์ เบอร์ซิน (Alexander Berzin) นักวิชาการด้านพุทธศาสนาสายทิเบต

งานเขียนเรื่องนี้ให้แง่มุมน่าสนใจเกี่ยวกับการแผ่ขยายของศาสนาอิสลามในเขตอนุทวีปอินเดีย เริ่มตั้งแต่อัฟกานิสถานไปจรดเบงกอล ในช่วงเวลาที่ศาสนาพุทธยังรุ่งเรืองในพื้นที่เหล่านั้น ประวัติศาสตร์ที่เรารับรู้มา มักให้ภาพว่าอิสลามเข้ามาพร้อมกับทำลายล้างวัฒนธรรมพุทธจนราบคาบ มีการเข่นฆ่า ทำลายล้างอย่างเหี้ยมโหด โดยมักยกตัวอย่างกรณีการทำลายมหาวิทยาลัยนาลันทา ศูนย์กลางพุทธศาสนาในยุคนั้น ซึ่งเป็นขุมคลังความรู้ของโลก แต่ถูกเผาทำลายนานนับเดือน บรรพชิต บัณฑิตพุทธถูกฆ่าฟันมากมาย

จริงๆ แล้วหอสมุดที่แบกแดด มีตำราทางพุทธศาสนาและพราหมณ์มากมาย เพราะในครั้งนั้นผู้ปกครองชาวมุสลิมแสวงหาความรู้แบบไร้ขีดจำกัดแต่ห้องสมุดนี้พินาศลงครั้งมองโกลรุกราน (แบกแดดมีชุมชนชาวพุทธมาตั้งแต่ยุคอเล็กซานเดอร์มหาราช)

นอกจากนี้ อาจารย์ เบอร์ซิน ชี้ว่า อิสลามไม่ได้ทำลายอย่างไร้ความปรานีถึงขนาดนั้น และที่สำคัญยังมีปัจจัยจากศาสนาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ท่านยกตัวอย่าง การบุกล้อมพุทธสถานสำคัญ เป็นไปเพราะสถานที่เหล่านี้มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ หากผู้ครองเมืองหรือเจ้าอารามยอมสวามิภักดิ์ ผู้รุกรานจะไม่เข้าทำลาย ทั้งยังอนุญาตให้นับถือศาสนาเดิมต่อไป โดยเสียภาษีคนต่างศาสนา เช่น นววิหาร (ปัจจุบันคือเมือง นาวเบหาร ในอัฟกานิสถาน) ศูนย์กลางนิกายสรวาสติวาท ก็เปิดให้สอนวิชาการพุทธต่อไป อย่างน้อยก็จนถึงต้นศตวรรษที่ 11 สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยพุทธอื่นๆ เช่น โอทันตะปุรี วิกรมศีล และวัลภีปุระ ก็เข้าทำนองเดียวกัน ส่วนนาลันทาถูกทำลายหลายครั้ง บางครั้งเป็นการทำลายที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาเลย บางครั้งการทำลายโดยพวกพราหมณ์รุนแรงกว่าเสียอีก

ชาวฮินดูเป็นปัจจัยการสูญสิ้นของวัฒนธรรมพุทธในอนุทวีปอยู่มาก แต่มักไม่พูดถึงเท่าที่ควร ปัจจัยหนึ่งก็คือ ชาวพุทธในยุคหลังไม่ใช่ชนชั้นปกครอง จึงถูกผู้ปกครองและวรรณะสูงชาวฮินดูกดขี่ ถูกเหยียดเป็นพวกวรรณะต่ำ ครั้นอิสลามเข้ามาแม้นไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนศาสนา แต่ด้วยความที่ไม่คิดจะทนการกดขี่ทางวรรณะอีกต่อไป บวกกับภาระด้านภาษี ทำให้ชาวพุทธจำนวนมาก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน/นายช่าง) ตัดสินใจเปลี่ยนศาสนา ส่วนสาเหตุฮินดูไม่นิยมเปลี่ยนศาสนาเพราะความยึดมั่นในระบบวรรณะ และผู้ปกครองใหม่ชาวมุสลิมช่วงใช้วรรณะกษัตริย์ชาวฮินดูในฐานะนักรบ และช่วงใช้ศาสนิกชาวไชนะในฐานะแขนขาทางเศรษฐกิจ เพราะชาวไชนะ (ศาสนาเชน) เป็นพ่อค้าที่ทรงอิทธิพลกันมาก เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท