posttoday
พลังผู้บริโภค

พลังผู้บริโภค

22 พฤศจิกายน 2558

ยุคนี้เป็นยุคที่การตลาดมีพลังอย่างยิ่งในการกำหนดให้สังคมหนึ่งๆ เปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อและค่านิยมที่เคยยึดถือ

โดย...ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org

ยุคนี้เป็นยุคที่การตลาดมีพลังอย่างยิ่งในการกำหนดให้สังคมหนึ่งๆ เปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อและค่านิยมที่เคยยึดถือ โดยใช้เครื่องมือสำคัญคือการโฆษณา เช่นขณะที่คนรุ่นพ่อแม่ของเราได้รับการสั่งสอนมาว่า “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” เดี๋ยวนี้โฆษณาต่างๆ ชี้นำให้คนรุ่นนี้เห็นว่าการซื้อของเงินผ่อนเป็นเรื่องธรรมดา และการซื้อสินค้าเงินผ่อนอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นเรื่องชาญฉลาด

ดังนั้น คำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” จึงเป็นเพียงยาหอมที่เคลือบเป้าหมายของการทำธุรกิจคือการทำกำไรสูงสุด และผู้บริโภคส่วนใหญ่มักตกเป็นฝ่ายรับและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างไม่รู้ตัว หรือไม่ก็ไม่อาจฝืนกระแสสังคมได้

อย่างไรก็ตาม มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง เมื่อตกเป็นเครื่องมือของภาคธุรกิจบ่อยขึ้น เราก็ฉลาดขึ้นและตระหนักว่าแท้จริงแล้วในฐานะผู้บริโภค เราคือผู้มีพลังอำนาจอย่างแท้จริง หากรู้จักใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือ เราจะสามารถกำหนดทิศทางและบอกกล่าวความต้องการของตัวเองแก่ภาคธุรกิจได้ และเมื่อรวมตัวกันอย่างเป็นระบบแล้ว ภาคธุรกิจจะต้องรับฟัง และนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง

เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานบริษัท สวนสนุกซีเวิลด์ ที่เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการแสดงโชว์วาฬเพชรฆาตหรือออร์ก้าประกาศในการประชุมผู้ถือหุ้นว่าจะยกเลิกการแสดงวาฬเพชฌฆาตแบบผาดโผนที่ซีเวิลด์สาขาซานดิเอโก้ภายในปี 2559 โดยจะหันไปจัดการแสดงแบบเป็นธรรมชาติมากขึ้นและจะมุ่งเรื่องการอนุรักษ์สัตว์มากกว่าเรื่องความบันเทิง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

วิกฤตของซีเวิลด์เริ่มต้นขึ้นเมื่อภาพยนตร์อิสระที่ใช้ทุนต่ำและฉายในโรงหนัง 5 แห่ง เรื่อง Blackfish ออกฉายเมื่อปี 2556 หนังเรื่องนี้พูดถึงการตายขอครูฝึกวาฬเพชฌฆาต ที่ถูกวาฬลากลงไปใต้น้ำและจมน้ำตายขณะทำการแสดงที่ซีเวิลด์ คนทำหนังเผยให้เห็นว่าไม่ใช่ความผิดของวาฬเพชฌฆาต หากแต่เป็นเพราะมนุษย์นี้เองที่นำวาฬมาผสมพันธุ์และกักขังไว้ในตู้กระจกแคบๆ ยาวนานถึง 35 ปี และจะอยู่ต่อไปตราบจนชั่วชีวิต ทั้งๆ ที่พฤติกรรมตามธรรมชาติของวาฬเพชฌฆาตคือ การล่าและการดำผุดดำว่ายในมหาสมุทร

สารคดีเรื่องนี้ทำให้เด็กนักเรียนชั้นประถมไม่ยอมไปเที่ยวซีเวิลด์ ส่วนดารานักร้องและนักการเมืองก็ออกมาต่อต้านการกักขังวาฬเพชฌฆาต เช่น วิลลี เนลสัน และวงบีชบอยส์ยกเลิกการแสดงที่ซีเวิลด์ ล่าสุด เมื่อเดือน ก.ย.ปีนี้ แฮรี สไตล์ นักร้องนำวง One Direction ประกาศกลางเวทีคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในเมืองซานดิเอโก้ ที่ตั้งของซีเวิลด์ เรียกร้องแฟนเพลงไม่ให้ไปเที่ยวสวนสนุกซีเวิลด์ เมื่อซีเวิลด์ออกแคมเปญรณรงค์ทางทวิตเตอร์เพื่อกู้ชื่อเสียงของตัวเอง ก็มีคำถามลักษณะว่า เมื่อไหร่จะยกเลิกการแสดงออร์ก้าหรือปิดตัวเสียที

เมื่อเดือนที่แล้วทางการรัฐแคลิฟอร์เนียสั่งห้ามไม่ให้มีการผสมพันธุ์วาฬเพชฌฆาต และเตรียมผลักดันกฎหมายไม่ให้มีการกักขังวาฬเพชฌฆาต ซึ่งเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ประธานบริษัทออกมาประกาศเปลี่ยนนโยบายต่อหน้านักลงทุน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าการกักขังวาฬไม่ใช่การทารุณสัตว์ ตรงกันข้ามวาฬยังมีอาหารดีๆ กิน และน้ำใสๆ อยู่ดีกว่าอยู่ในมหาสมุทรเสียอีก และสารคดีเรื่อง Blackfish เป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ

ท่ามกลางตามแรงกดดันและสิ่งทำให้ซีเวิลด์ไม่อาจนิ่งเฉยได้ต่อไปคือ ราคาหุ้นและจำนวนลูกค้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นของซีเวิลด์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีมูลค่าประมาณ 1,650 ล้านเหรียญสหรัฐ ตกวูบลงไปถึงครึ่งหนึ่ง เมื่อปีที่แล้วยอดผู้เข้าชมของซีเวิลด์ 11 สาขา ในสหรัฐอเมริกาลดลง รายได้ของซีเวิลด์ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และผู้เข้าชมลดลงอีก คาดว่าผลกำไรจะลดลงกว่า 350 ล้านบาท

แม้จะเป็นการนำร่องยกเลิกการแสดงโชว์เพียงสาขาเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นการยกเครื่องการแสดงสัตว์เพื่อความบันเทิงของซีเวิลด์สาขาที่เหลือและสวนสนุกเจ้าอื่นๆ กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ ผู้บริโภคที่เมื่อมีเรื่องกระทบต่อคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่ตัวเองยึดถือ คือความเมตตากรุณาต่อสัตว์โลก ก็ร่วมกันส่งสัญญาณแสดงความไม่พอใจให้เจ้าของธุรกิจรับรู้อย่างเอาจริงเอาจังแบบ “กัดไม่ปล่อย” และกรณีนี้ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าในโลกยุคทุนนิยมและสังคมโซเชียลมีเดีย ไม่มีพลังอันใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพลังของผู้บริโภคที่รวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง และผู้บริโภคจะมีพลัง ตราบเท่าที่พวกเขาตระหนักถึงพลังที่มีอยู่ในมือและไม่เมินเฉย

ในบ้านเราขณะนี้ก็เริ่มมีกระแสการรวมตัวของผู้บริโภคลักษณะนี้เกิดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้มีการรณรงค์ใน www.change.org เรียกร้องให้ซาฟารีเวิลด์หยุดการแสดงโชว์ที่บังคับให้ลิงอุรังอุตังขึ้นชกมวยทำร้ายกันเอง เพื่อสร้างความบันเทิงให้มนุษย์ โดยให้เหตุผลว่าลิงเหล่านี้ถูกพรากจากอกแม่มามาถูกกักขังอยู่ในกรงและการเตะต่อยกันเองยังเป็นอันตรายต่อลิงอีกด้วย

การรณรงค์นี้จะส่งผลสะเทือนเหมือนกรณีวาฬเพชฌฆาตกับซีเวิลด์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคในบ้านเราจะมองเห็นประเด็นปัญหาและร่วมกันส่งเสียงถึงผู้ประกอบการมากน้อยเพียงใด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท