posttoday
สคร.แนะกทช.กลับไปถามกฤษฏีกาประมูล 3จี

สคร.แนะกทช.กลับไปถามกฤษฏีกาประมูล 3จี

21 กรกฎาคม 2553

แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านการยกเลิกสัญญาสัมปทานมือถือ 2จี และเปลี่ยนเป็นการออกใบอนุญาต 3จี แทน

แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านการยกเลิกสัญญาสัมปทานมือถือ 2จี และเปลี่ยนเป็นการออกใบอนุญาต 3จี แทน

 

สคร.แนะกทช.กลับไปถามกฤษฏีกาประมูล 3จี

แต่กระทรวงการคลังก็ยังเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. จะประมูล 3จี ก็ดำเนินการได้ แต่ต้องดำเนินการการแปรสัญญาณสัมปทาน  2จี ไปด้วย และ กทช. ต้องสอบถามทางคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยว่า การประมูลดังกล่าวต้องผ่านกฎหมายร่วมทุนรัฐเอกชนปี 2535 หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ให้ความเห็น เพราะว่ายังไม่มีการดำเนินการประมูลเกิดขึ้นจริง


ทั้งนี้ กทช. จะต้องชี้แจงว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถเปิดประมูลได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งควรจะทำเรื่องให้มีการตีความจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจน และป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องขึ้น เนื่องจากขณะนี้มีผู้ตั้งคำถามเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว

“กทช.ทำเรื่องถามกฤษฎีกาไป ตอนนั้นกฤษฎีกาบอกว่าเป็นแค่ตุ๊กตาที่ถามไป เพราะ กทช. ยังไม่ได้ทำจริง กฤษฎีกาจึงไม่ตีความ แต่ตอนนี้ในเมื่อ กทช. จะทำจริงแล้ว ก็ควรจะรีบทำเรื่องถามไป ปัญหาข้อกฎหมายเป็นเรื่องที่ กทช. จะต้องถามไป เพราะตอนที่ทำประชาพิจารณ์มีคนอื่นที่ถามเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นประเด็นคือเมื่อมีคนถามแล้วจะทำอย่างไร แล้วตอนนี้จะประกาศทีโออาร์อยู่แล้ว”


นอกจากนั้น การที่ กทช. ต้องรีบเปิดประมูล เนื่องจากกรรมการ กทช. 3 คน จะสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการสรรหากรรมการใหม่ หรือหากจะต้องรอกระบวนการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามกฎหมายใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ ก็ต้องรอให้กฎหมายผ่านก่อน และเมื่อกฎหมายผ่านกว่าจะสรรหา กสทช. ได้ก็อาจต้องใช้เวลาถึง 2-3 ปี

น.ส.สุภา กล่าวว่า การแปรสัญญาสัมปทาน 2จี ยังทำให้บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ต้องทบทวนบทบาทตัวเองว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายย่อย หรือเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย ซึ่งที่ผ่านมาการให้บริการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้

ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารโครงข่ายโทรคมนาคม ที่จะร่วมกันทั้งของทีโอทีและกสทฯ รวมกับโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกของการไฟฟ้า 3 แห่ง โดยคณะกรรมการจะพิจารณาการแบ่งรายได้ค่าเช่าโครงข่ายให้แต่ละราย การคิดค่าบริการจากเอกชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการในต้นทุนต่ำลง

นายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระสื่อสารและสารสนเทศ แสดงความสงสัยกับตัวเลขค่าธรรมเนียมที่กระทรวงการคลังตั้งไว้สำหรับใบอนุญาต 2จี ที่ 12.5% นั้นก็ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจนว่ากระทรวงการคลังคำนวณบนพื้นฐานต้นทุนอะไร ดังนั้นโมเดลของคลังที่ออกมาจึงออกไปในลักษณะมั่วเอาเอง และทำให้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้ ยังระบุว่ารัฐมีมุมมองที่แคบในเรื่องที่กังวลว่าเอกชนจะโอนถ่ายลูกค้าไป 3จี แล้วทำให้รายได้ทีโอที กับ กสทฯ บนสัมปทานเดิมลดลง โดยที่ลืมคำนึงว่าโครงข่ายที่เป็นทรัพย์สินของทั้งสององค์กรนั้นสามารถนำไปให้เอกชนรายอื่นที่สนใจเช่าใช้ได้

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวยังคงมีความซับซ้อนอยู่มาก โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมไลเซนส์ใหม่ที่ไม่ชัดเจน สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ คลังต้องเจรจากับทาง กทช. และเอกชนให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า กทช.ยืนยันอำนาจการออกไลเซ่นส์ 2 จี กรณีที่คู่สัญญาตกลงกันได้ โดยการให้อายุของไลเซ่นส์ ต้องเท่ากับอายุสัมปทานที่เหลือไม่สามารถให้ได้ 15 ปีตามแนวทางของกระทรวงการคลัง เพราะผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม กทช.ไม่คิดว่าการแนวคิดของทรกะทรวงคลังครั้งนี้จะเป็นการกดดัน กทช. และสามารถถ่วงการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ให้ล่าช้าออกไป เพราะกทช.ยังคงเดินหน้าประมูล ในเดือน ก.ย. ตามกำหนดเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นนอน

ทั้งนี้ กทช.บางส่วนได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ถึงมติครม.เศรษฐกิจ และจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาร่วมกันอีกครั้งในวันนี้ (21 ก.ค.)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท