
หลากระบบสัดส่วน
ได้เขียนมาหลายครั้งถึงการเลือกตั้งระบบสัดส่วน ซึ่งหลายท่านมองว่าระบบสัดส่วนเป็นระบบที่ต้องมีบัญชีรายชื่อ
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก นักวิชาการอิสระ
ได้เขียนมาหลายครั้งถึงการเลือกตั้งระบบสัดส่วน ซึ่งหลายท่านมองว่าระบบสัดส่วนเป็นระบบที่ต้องมีบัญชีรายชื่อ หรือมีคนอธิบายกันในลักษณะที่ว่าการมีบัญชีรายชื่อจึงจะถือว่าเป็นระบบสัดส่วน ที่แล้วการเลือกตั้งระบบสัดส่วนนั้นมีแบบที่เป็นเขตล้วนด้วย เรียกกันว่าระบบคะแนนเสียงเดียวโอนได้ ซึ่งมีวิธีการคำนวณคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือคะแนนนิยม หรือจะเรียกว่าเป็นคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนได้เลือกผู้สมัคร ให้เป็นสัดส่วนต่อคะแนนความนิยมโดยรวมที่ผู้สมัครทั้งหลายได้รับ เพื่อหาผู้ที่ได้คะแนนนิยมสูงสุดตามจำนวนที่แต่ละเขตจะพึงมีผู้แทนได้ คนที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงไปตามลำดับจนครบจำนวนผู้แทนที่พึงมีในแต่ละเขต ก็จะได้เป็นผู้แทนของเขตนั้นๆ ไป
ส่วนระบบสัดส่วนอีกแบบหนึ่งก็จะเป็นแบบบัญชีล้วน ซึ่งก็มีบัญชีหลายรูปแบบ ทั้งบัญชีระดับประเทศ บัญชีระดับภูมิภาค บัญชีระดับจังหวัด ฯลฯ หลักการง่ายๆ ของระบบนี้ คือ การอิงไปที่พรรคการเมืองเป็นหลัก เนื่องจากการเลือกตั้งนั้นเป็นการเลือกพรรค ไม่ได้เป็นการเลือกที่ผู้สมัครแต่ละคน แต่มิใช่ว่าจะไม่มีการนำเสนอตัวผู้สมัครเลย เนื่องจากบัญชีก็มีหลายประเภท เป็นบัญชีที่แสดงให้เห็น หรือบัญชีที่ไม่ได้แสดงให้เห็น ก็แล้วแต่ว่าประชาชนในแต่ละประเทศที่เลือกใช้ แต่ละประเภทจะมีความไว้วางใจพรรคการเมืองมากน้อยแค่ไหน
หากมีความไว้วางใจพรรคการเมืองสูง ก็จะสามารถใช้บัญชีประเภทไม่ได้แสดงให้เห็นได้ นั่นคือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ไปเลือกพรรคที่ชอบ โดยไม่ทราบว่าพรรคจะส่งใครมาเป็นผู้แทนบ้าง บัญชีประเภทนี้ก็มีน้อย โดยทั่วไปแล้วจะเป็นบัญชีประเภทแสดงให้เห็น บัญชีประเภทแสดงให้เห็นนี้ก็ยังมีประเภทย่อยลงไปอีก คือ เป็นบัญชีปิด บัญชีเปิด บัญชีอิสระ บัญชีปิดนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไม่สามารถเข้าไปเลือกตัวผู้มีชื่อในบัญชีได้ แต่บัญชีเปิดจะสามารถเข้าไปเลือกตัวผู้มีชื่อในบัญชีได้
ระบบสัดส่วนแบบสุดท้าย คือ ระบบสัดส่วนผสม เหตุที่เป็นแบบผสมก็เนื่องจากมีทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ โดยทั่วไปแล้วในส่วนของเขตนั้นก็มักจะใช้การเลือกตั้งแบบคะแนนนำกำชัยหรือเขตเดียวคนเดียวนั่นเอง แต่ก็มีบางประเทศที่ใช้แบบการเลือกตั้งสองครั้ง นั่นคือผู้ที่จะถือว่าได้เป็นผู้แทนเขตจะต้องได้คะแนนเกินกว่าร้อยละห้าสิบของผู้มาใช้สิทธิในเขตนั้นๆ ในการเลือกตั้งรอบแรก จึงจะถือว่าได้เป็นผู้แทนเขต หากไม่มีผู้ใดที่ได้คะแนนเกินร้อยละห้าสิบดังกล่าว ก็จะต้องเลือกในรอบสอง







