
สหพัฒน์ชี้ปีหน้าไม่ขึ้นราคา
สหพัฒน์ ยันราคาสินค้าปี 2559 ไม่ขึ้นราคา เหตุต้นทุนคงที่ ขณะที่ตลาดยังแข่งเดือด
สหพัฒน์ ยันราคาสินค้าปี 2559 ไม่ขึ้นราคา เหตุต้นทุนคงที่ ขณะที่ตลาดยังแข่งเดือด
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ในฐานะประธานคณะกรรมการกลุ่มการค้าภายในประเทศ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปี 2559 ไม่สูงขึ้น เพราะต้นทุนวัตถุดิบยังคงที่ ขณะที่ตลาดยังคงแข่งขันสูง โดยเฉพาะการจัดโปรโมชั่นด้านราคา
“เชื่อว่าหากมีการปรับราคาสินค้าจะปรับเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งสภาพตลาดขณะนี้จะมีการแข่งขันรุนแรงด้านราคาสินค้า และจะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าจำนวนมาก เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว” นายบุญชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน กำลังซื้อในประเทศในขณะนี้เริ่มเห็นแนวโน้มระดับคงที่และไม่ลดลง หลายพื้นที่กำลังซื้อเริ่มดีขึ้น ยกเว้นภาคใต้มีปัญหาราคาสินค้าเกษตรลดลง ทั้งนี้ กำลังซื้อที่ปรับตัวสูงขึ้นมาจากรัฐบาลมีนโยบายอัดฉีดเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจ ทั้งหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท และตำบลละ 5 ล้านบาท จึงกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ คาดว่ากำลังซื้อจะดีขึ้นต่อเนื่องไตรมาส 4 นี้ และจะกลับมาโตไตรมาสแรกปี 2559
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มนับจากนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการเร่งการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ เพื่อวัดผลได้ว่านโยบายภาครัฐไปถึงระดับใด การวัดผลกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ระดับใดแล้ว รวมถึงเป็นการตรวจสอบใช้งบโครงการ การวัดผลนโยบายที่เข้าถึงประชากร และการวัดผลทั้งหมด โดยเสนอผ่านภาครัฐบาลและผ่านหอการค้าไทยไปแล้ว
“อยากให้ขั้นตอนนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนรวดเร็วมากขึ้น เพราะบางขั้นตอนยังล่าช้ามาก ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับเงิน เชื่อว่าภาครัฐคงทราบปัญหานี้ดีอยู่และกำลังเร่งแก้แล้ว” นายบุญชัย กล่าว
สำหรับภาพรวมผลประกอบการเครือสหพัฒน์ปี 2558 มียอดขายเติบโต 4% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อ ประกอบกับบางบริษัทในเครือเปิดตัวสินค้า บางบริษัทไม่ได้เปิดตัวสินค้า ซึ่งแต่ละบริษัทก็มียอดขายโตมากเกินสองหลัก บางบริษัทโตน้อย ด้านยอดขายเฉพาะบริษัท สหพัฒนพิบูล ปี 2558 ประเมินว่าโต 7% และคาดว่าปี 2559 จะโต 10%
ด้าน นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีก-ส่งไทย กล่าวว่า ราคาสินค้าปีหน้าไม่น่าปรับขึ้น เพราะบรรยากาศทั่วโลกไม่เอื้ออำนวยและการค้าขายทำได้ไม่ดี เพราะคนระดับรากหญ้าไม่มีเงินใช้จ่าย เป็นผลจากภัยแล้งที่กระทบการเก็บเกี่ยวผลผลิต และการจัดระเบียบค้าขายริมฟุตปาทของรัฐทำให้คนกลุ่มหนึ่งขาดที่ทำมาหากิน หากรัฐเข้าไปช่วยเหลือหาพื้นที่ให้คนเหล่านี้ทำกินได้จะช่วยเศรษฐกิจดีขึ้น ดีต่อกำลังซื้อ ด้านต้นทุนธุรกิจคงเพิ่มขึ้น เพราะถ้าขายสินค้ายากคงไม่สมดุลกับค่าใช้จ่ายต่างๆ







