
ศึกค้าเสรีแห่งอนาคต
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
เมื่อวานนี้ ที่ประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ทั้งในรอบและนอกรอบ มีการชิงพื้นที่กันอย่างสนุกสนานระหว่างจีนและสหรัฐ ทั้งในประเด็นเศรษฐกิจและความมั่นคง
ฝ่ายจีนเสนอข้อตกลงเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ออกมาตามคาด ข้อตกลงนี้ไม่ใช่ของใหม่สดซิง แต่เป็นการจับแพ็กใหม่และต่อยอดจากเอฟทีเอเดิมของ 21 ชาติเอเปก ที่มีข้อตกลงการค้าเสรี 144 ฉบับ ให้ขยายและครอบคลุมด้านต่างๆ มากขึ้น เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และระบบการเงิน
แม้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน จะไม่ได้กล่าวโจมตีถึงข้อตกลงทีพีพีโดยตรง แต่ก็พูดถึงทางอ้อมว่า เอฟทีเอใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ อาจทำให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประเทศสมาชิกกันได้ ดังนั้นชาติเอเปกจึงควรร่วมผลักดันเอฟทีเอเอพีที่มีส่วนได้ส่วนเสียกันครบทุกชาติมากกว่า โดยย้ำถึงการบูรณาการร่วมกันของทุกประเทศ
ขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็ผลักดันทีพีพีอย่างสุดตัวเช่นกัน โดยย้ำว่าทีพีพีจะเป็นหัวใจสำคัญของอนาคตในภูมิภาคนี้ ซึ่งนอกจากจะมีมาตรฐานสูงที่สุดแล้ว ก็ยังเป็นข้อตกลงค้าเสรีที่ก้าวหน้ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก
เบื้องต้นที่ประชุมร่วมเอเปกส่งสัญญาณเห็นชอบให้ปฏิรูปและต่อยอดความร่วมมือเดิมนี้ออกไป เพราะหากทำได้ก็ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ไม่ว่าใครจะเป็นคนผลักดัน แม้แต่ 12 ชาติภาคีความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ก็ไม่มีปัญหา
ในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายฝ่าย มองว่า จีนเองก็มีจุดเด่นที่แต่ละประเทศมองข้ามไม่ได้ เพราะนอกจากการค้าเสรีแล้ว จีนยังมีแพ็กเก็จอย่างการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่มาในรูปของการช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เพื่อช่วยสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศได้ ผ่านการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี) ที่จีนเป็นหัวหอกสำคัญอยู่ข้างหลังเช่นกัน
หากข้อตกลงทีพีพีเป็นธรรมนูญการค้าใหม่ของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เขียนขึ้นโดยสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีจีนเข้าร่วมอย่างแน่นอน เพราะมีข้อจำกัดในหลายด้านที่จะกระทบเศรษฐกิจของจีนโดยตรง เช่น เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้นจีนก็ต้องหาเวทีใหม่ที่น่าดึงดูดกว่าและใหญ่กว่าพอที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศจะหันมาให้ความสนใจ
และเอฟทีเอเอพีก็ตอบโจทย์มากกว่าความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ที่มีเพียง 16 ประเทศ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า เอฟทีเออาเซียนบวก 6 แม้ว่าจะยังไม่มีการโชว์รายละเอียดที่ดึงดูดใจออกมา แต่ก็คาดว่าน่าจะมีการทยอยเปิดเผยออกมาในอีกไม่นานนี้ ในระหว่างที่ทีพีพีกำลังดึงดูดชาติสมาชิกใหม่ๆ ในศึกการค้าเสรีแห่งโลกยุคใหม่เช่นกัน







