
บทเรียนจากฝรั่งเศส
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
“ไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะปลอดจากการก่อการร้าย 100%” ยุโรปกลายเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการก่อการร้ายโดยกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งมากที่สุด ยุโรปเจอกับกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ คดีใหญ่ๆ เช่น เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2547 มีการลอบวางระเบิดรถไฟ 4 ขบวนที่มุ่งเข้าสู่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 191 คน บาดเจ็บอีกประมาณ 2,000 คน ผู้ก่อการร้ายอ้างตัวเองว่าเป็นกลุ่มอัลกออิดะห์ เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลสเปนร่วมกับสหรัฐรุกรานอิรัก
อีกปีหนึ่งถัดมา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2548 มือระเบิด 4 คนอ้างว่าได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มอัลกออิดะห์ได้ประสานปฏิบัติการระเบิดพลีชีพในชั่วโมงเร่งด่วนที่สถานีรถไฟใต้ดิน 3 แห่งในกรุงลอนดอน และรถโดยสารอีก 1 คัน ทำให้มีคนตาย 56 คน บาดเจ็บประมาณ 700 คน
มูลเหตุจูงใจสำคัญของกลุ่มก่อการร้ายอ้าง คือ ตอบโต้จากการที่ประเทศยุโรปเหล่านี้ร่วมมือกับสหรัฐในการโจมตีอิรัก อัฟกานิสถาน ล่าสุดคือการรวมหัวกันถล่มกลุ่มก่อการร้ายไอเอส จึงเกิดการโจมตีกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา ซ้ำยังว่าเป้าหมายต่อไปคือ กรุงลอนดอน กรุงโรม และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นอกจากรัฐบาลอังกฤษ อิตาลี และสหรัฐ ต้อง
เตรียมพร้อมเต็มที่แล้ว ประชาชนในกรุงลอนดอน กรุงโรม และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คงนอนผวาไปตามๆ กัน
ในฝรั่งเศสเองก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7-9 ม.ค. 2558 มีผู้ก่อการร้าย 2 คน บุกสำนักข่าวชาร์ลี เอ็บโด สังหารนักวาดการ์ตูนและนักข่าวไป 12 คน และตำรวจอีกสองคน แต่ครั้งนี้ฝรั่งเศสโดนหนักที่สุด ประธานาธิบดีฝรั่งเศสถึงกับชี้หน้าด่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการก่อสงครามโดยแท้จริง แต่ฝรั่งเศสก็ไม่รู้จะประกาศสงครามกับใคร เพราะผู้ก่อการร้ายไม่ใช่รัฐ เยอรมนีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่คงเสียวสันหลังเพราะมีคนมุสลิมในประเทศมากที่สุดที่ไปเอามาจากตุรกีเพื่อเป็นแรงงานบูรณะประเทศหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง
เวลานี้มีคนมุสลิมจำนวนมากย้ายถิ่นมาอยู่ในยุโรป คนที่อพยพมานานจนได้สัญชาติอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีไปแล้ว มีลูกหลานเป็นรุ่นที่ 3-4-5 ไปแล้ว คนพวกนี้จำนวนไม่น้อยหลงใหลไปกับคำโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง บางคนไปรับการฝึกอบรมเรื่องการก่อการร้ายในปากีสถานและอัฟกานิสถาน แล้วกลับมาปฏิบัติการในประเทศของตัวดังที่อังกฤษเคยเจอมาแล้ว เขาจึงเรียกผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่นี้ว่า“Homegrown Terrorists” หรือผู้ก่อการร้ายที่เกิดใน
ประเทศเป้าหมายซึ่งมีความได้เปรียบสูงเพราะเป็นคนเกิดในพื้นที่ได้สัญชาติประเทศนั้น ไปไหนมาไหนในประเทศได้อย่างเสรีโดยไม่มีใครสงสัย รู้จักพื้นที่ดี คนท้องถิ่นก็ไม่สงสัย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
เราเชื่อว่าฝรั่งเศสคงรู้ตัวดีว่า ในเมื่อตนเองร่วมมือกับสหรัฐในการถล่มลิเบีย ซีเรีย ก็ต้องรู้ตัวว่าจะโดนตอบโต้อะไรบ้าง กลุ่ม
ไอเอสไม่เป็น “รัฐ” แต่เป็นตัวแสดงที่ “ไม่ใช่รัฐ” ไม่มีหลักแหล่ง ที่อยู่ ดินแดนแน่นอนแบบรัฐ และไม่ต้องเคารพกฎระเบียบระหว่างประเทศ นึกอยากจะโจมตีใครก็ได้ กรุงปารีสเป็นพื้นที่ใหญ่โต กว้างขวาง เป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีคนมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกมาเที่ยวจะเข้มงวดมากไปก็ทำให้คนตระหนก เสียบรรยากาศของการท่องเที่ยว
โลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21 รัฐบาลประเทศต่างๆ จะเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่ใช่รัฐมากขึ้น ก่อนนั้นเป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัฐอธิปไตยด้วยกันซึ่งเห็นกันชัดเจน แต่ในศตวรรษนี้โลกกำลังเผชิญกับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ เช่น กลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่มีการจัดตั้งอย่างดี เช่น พวกค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ซึ่งพวกนี้ไปทั่วโลก รัฐจะประกาศสงครามเหมือนสมัยศตวรรษที่ 20 ก็ไม่รู้จะประกาศกับใคร ที่ไหน
อเมริกาที่เป็นหัวโจกชักชวนให้ประเทศต่างๆ มาร่วมมือกันตน มีจุดอ่อนด้อยกว่ายุโรป สภาพทางภูมิศาสตร์ที่อยูห่างไกลและเป็นเกาะใหญ่ มีทะเลล้อมรอบ การเข้าถึงหลักคือทางอากาศและทางเรือ หากจะไปทางบกก็ต้องผ่านแคนาดาหรือเม็กซิโก กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิถูกตั้งขึ้นมาหลังเหตุการณ์ 9-11 ก็เพื่อป้องกันพรมแดนโดยเฉพาะ แต่มิตรประเทศในยุโรปมีความเสี่ยงสูงเพราะผู้ก่อการร้ายเข้าถึงได้ง่ายทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ อเมริกาสบาย คนอื่นแย่
ส่วนรัสเซียซึ่งส่งเครื่องบินรบไปช่วยรัฐบาลอัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ถล่มผู้ก่อการร้ายไอเอสตาย บาดเจ็บมากมาย แต่ผู้ก่อการร้ายอย่าคิดไปเล่นกับรัสเซียทีเดียว ประธานาธิบดีปูตินเพิ่งประกาศว่า “การให้อภัยผู้ก่อการร้ายเป็นความรับผิดชอบของพระเจ้า แต่หน้าที่ของผมคือการส่งผู้ก่อการร้ายไปพบพระเจ้า”
จะดูอีกประโยคหนึ่งที่ปูตินพูดก็ได้ว่า “...ในรัสเซียเป็นที่ที่ชาวรัสเซียอยู่อาศัย คนกลุ่มน้อยจากที่อื่นหากต้องการมาอาศัยในรัสเซียก็ต้องเคารพกฎหมายรัสเซีย ถ้าพวกเขาต้องการกฎหมายชาริอะห์ เราขอแนะนำให้พวกเขาไปที่อื่นที่ซึ่งใช้หลักศาสนาชาริอะห์เป็นกฎหมายของบ้านเมือง รัสเซียไม่ต้องการชนกลุ่มน้อย แต่ชนกลุ่มน้อยต่างหากที่ต้องการรัสเซีย เราจะไม่ยอมให้พวกนี้มีสิทธิพิเศษ อย่ามาเปลี่ยนแปลงกฎหมายของเราเพื่อสนองความปรารถนาของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะร้องตะโกนกล่าวหาว่าเราแบ่งแยกผิวสีเชื้อชาติ เราก็ไม่กลัว...” ประธานาธิบดีปูตินคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา ไม่แหยเหมือนผู้นำตะวันตก ผู้ก่อการร้ายที่เคยยึดโรงละคร ยึดโรงเรียน จับคนดูและเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน ปูตินส่งไปพบพระเจ้าจนหมดแล้ว
โลกวันนี้คงไม่ได้เป็นอย่างที่ จอห์น เลนนอน อดีตนักร้องชื่อดังชาวอังกฤษของวง “เดอะ บีเทิลส์” ร้องไว้ในเพลง “จินตนาการ” หรือ “อิมเมจิ้น” โดยมีสาระว่า ลองหลับตาฝันดู ลองจินตนาการดูว่า ถ้าโลกใบนี้ไม่มีแบ่งแยกกัน เป็นรัฐ เป็นประเทศ ทุกคนบนโลกนี้เป็นพี่น้องกัน ภาพที่คนทั้งโลกร่วมแบ่งปันโลกทั้งใบด้วยกัน โลกคงจะอยู่อย่างเป็นสุข เขาไม่ได้ฝันคนเดียวนะ แต่เชื่อว่ายังมีคนในโลกมากมายที่จินตนาการแบบนี้ และวันหนึ่งเขาหวังว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งในนั้น โลกที่เป็นหนึ่งเดียว
ไม่มีใครทราบว่า จอห์น เลนนอน จะเกิดมาอีกกี่ชาติกี่ภพจึงจะได้เห็นฝันเป็นจริง







