posttoday
กรธ.เขย่าวุฒิสภา เร่งจุดเดือดการเมือง

กรธ.เขย่าวุฒิสภา เร่งจุดเดือดการเมือง

19 พฤศจิกายน 2558

การจัดทำรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี “มีชัย ฤชุพันธุ์” เป็นประธาน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การจัดทำรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มี “มีชัย ฤชุพันธุ์” เป็นประธาน กำลังเข้าสู่การพิจารณาอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของโครงสร้างนิติบัญญัติ คือ วุฒิสภา

วุฒิสภาภายใต้บริบทการเมืองในปัจจุบันต้องถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ได้กำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทางตรง พร้อมกับมีอำนาจเพิ่มขึ้นพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากลั่นกรองและยับยั้งร่างกฎหมายที่มาจากสภาผู้แทนราษฎร การให้ความเห็นชอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น

เมื่อวุฒิสภากลายเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญต่อการเมืองไทย ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองพยายามเข้ามามีบทบาทในวุฒิสภาตั้งแต่ต้นผ่านการเป็นฐานคะแนนให้กับผู้สมัคร สว.ตามแต่ละจังหวัด จนนำมาสู่ปัญหาวิกฤตการเมืองและเกิดการรัฐประหารในปี 2549

การร่างรัฐธรรมนูญภายใต้บรรยากาศของการรัฐประหารปี 2549 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นได้นำปัญหาของวุฒิสภาในอดีตมาเป็นโจทย์เพื่อวางแนวทางให้วุฒิสภาต้องปลอดจากการเมืองมากที่สุด ก่อนที่จะมาลงเอยให้ สว.มาจากลูกผสมระหว่างการเลือกตั้งและการสรรหารวมกัน 150 คน

วิธีในการได้มาซึ่ง สว.ข้างต้น กมธ.ยกร่างฯ มีความเชื่อในเวลานั้นว่าจะก่อให้เกิดความสมดุลทางการเมือง เพราะประชาชนยังมีส่วนร่วมกับวุฒิสภาผ่านการได้สิทธิเลือกตั้ง สว.โดยตรง และแม้ สว.จะมาจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่อาจทำให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้มากนัก เนื่องจาก สว.อีกครึ่งสภามาจากการสรรหาของตัวแทนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

ภายใต้หลักการที่ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าดี แต่เมื่อเข้าสู่ความเป็นจริง ปรากฏว่าวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 กลับไม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพ

ฝ่ายหนึ่งแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลด้วยการไปร่วมลงชื่อกับ สส.รัฐบาลเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่อีกฝ่ายประกาศตัวคัดค้านรัฐบาลเต็มที่ โดยมี สว.บางส่วนไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มการเมืองนอกสภาเพื่อกดดันรัฐบาล

จากปัญหาของวุฒิสภาที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับล่าสุด เป็นผลให้ กมธ.ยกร่างฯ ในชุดที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นำมาขบคิดเช่นกัน จนได้ข้อสรุปว่าให้วุฒิสภาเป็นลูกผสมเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 เพียงแต่ สว.สรรหานั้นจะไม่ได้มาจากการสรรหาขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพราะนำรูปแบบการเลือกตั้งทางอ้อมที่ให้มีคณะกรรมการสรรหาที่เลือก สว.ตามวิชาชีพมาใช้ ซึ่งมีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน

มาในปัจจุบัน กรธ.เริ่มต้นการปฏิรูปผ่านการตั้งโจทย์ว่า “จะให้วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง” ไม่ใช่เริ่มจากการหาคำตอบว่า “วุฒิสภาควรมีที่มาอย่างไร”

คณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มี “ประพันธ์ นัยโกวิท” เป็นประธาน ได้มีความเห็นร่วมกันเบื้องต้นว่าวุฒิสภาในอนาคตจะไม่มีอำนาจถอดถอน ซึ่งถือว่าเป็นการพยายามเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ 2550 ยืนยันในหลักการมาตลอดว่าให้วุฒิสภามีอำนาจถอดถอน

ทั้งนี้ ก่อนที่คณะอนุกรรมการฯ จะมีความเห็นดังกล่าวออกมา ต้องผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพอสมควร

โดยมีทั้งที่เห็นควรให้ สว.มีอำนาจถอดถอนต่อไป และฝ่ายที่สนับสนุนการตัดอำนาจถอดถอน ขณะเดียวกันมีการเสนอทางเลือกที่สามที่ให้วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนบุคคลเฉพาะบุคคลที่ตัวเองได้ให้ความเห็นชอบ เช่น กรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้น แต่จะไม่แตะต้องบุคคลที่มาจากการเลือกตั้ง

การที่คณะอนุกรรมการฯ มีทิศทางที่จะให้ สว.ปราศจากอำนาจถอดถอนบุคคล ทำให้มีความเป็นไปได้พอสมควรที่ สว.ชุดใหม่จะมาจากการสรรหาทั้งหมด โดยไม่ให้มี สว.จากการเลือกตั้งทางตรง แต่อาจจะมีกระบวนการที่แตกต่างออกไป ซึ่ง นรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. อธิบายถึงเรื่องที่มา สว.เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าอาจให้มาจากการเลือกตั้งตามสาขาอาชีพ

“ที่ประชุม กรธ.พิจารณาโดยวางหลักการให้ สว.ยึดโยงกับประชาชน ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง ดังนั้นกระบวนการได้มาซึ่ง สว.ต้องพิจารณาด้วยว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร หากจะให้มาจากการเลือกตั้ง อาจมีวิธีได้มาตามสาขาอาชีพ เช่น เกษตรกร กรรมกรหรือพ่อค้า เพื่อให้ สว.เป็นตัวแทนของประเทศและไม่ทับซ้อนกับ สส. ซึ่งต้องรอข้อสรุปและความชัดเจนอีกครั้ง” นรชิต ระบุ

แม้การให้ สว.ไร้อำนาจถอดถอนบุคคล อาจเป็นความชอบธรรมหนึ่งที่ กรธ.สามารถให้ สว.มาจากการสรรหาได้ แต่การส่งสัญญาณว่า สว.อาจไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทางตรง ย่อมเป็นช่องให้ฝ่ายการเมืองนำมาประเด็นเพื่อทำลายความชอบธรรมของร่างรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน ผ่านวาทกรรมที่ว่า “วุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย”

ในระยะยาวฝ่ายการเมืองย่อมหยิบประเด็นนี้มาสร้างแรงกดดันเพื่อให้ กรธ.เปลี่ยนที่มา สว.ให้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งแรงกดดันนี้อาจมีผลให้บรรยากาศทางการเมืองที่กำลังมาดีๆ เสียไปก็ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท