
เร่งไทยแก้ค้ามนุษย์หนุนศก.โตยั่งยืน
เอเชียน คอร์เรสพอนเดนต์ เว็บไซต์ข่าวและการวิเคราะห์ในภูมิภาคเอเชีย ระบุว่า เศรษฐกิจของไทยที่กำลังซบเซานั้นแย่กว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ที่กำลังเลวร้ายลงอย่างน่าตกใจและขยายไปยังส่วนอื่น ทำให้มองไม่เห็นเลยว่าจะมีทางใดที่จะช่วยฟื้นตัวเศรษฐกิจที่แย่อยู่ในขณะนี้
เอเชียน คอร์เรสพอนเดนต์ เว็บไซต์ข่าวและการวิเคราะห์ในภูมิภาคเอเชีย ระบุว่า เศรษฐกิจของไทยที่กำลังซบเซานั้นแย่กว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ที่กำลังเลวร้ายลงอย่างน่าตกใจและขยายไปยังส่วนอื่น ทำให้มองไม่เห็นเลยว่าจะมีทางใดที่จะช่วยฟื้นตัวเศรษฐกิจที่แย่อยู่ในขณะนี้
ผู้เขียนมองว่า หลังจากที่สหภาพยุโรป (อียู) พิจารณาให้ใบเหลืองกับอุตสาหกรรมประมงของไทย อันเนื่องมาจากการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงแล้ว ก็ถึงเวลาที่อียูจะต้องใช้กลไกทางเศรษฐกิจ เพื่อบีบให้ประเทศไทยได้ตระหนักเสียทีว่า เศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของการไม่มีธรรมาภิบาลนั้น ถือเป็นความล้มเหลวอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ การค้าภายในประเทศปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่ลดลงติดต่อกัน 9 เดือน รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจถึง 3 ครั้ง ในปี 2015 นี้ด้วย
ส่วนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่หวังว่าจะได้ภาคส่วนดังกล่าวช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ก็กลับมีเหตุระเบิดราชประสงค์ที่ดับความหวังไป
การที่ไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง ทำให้สามารถดึงดูดแรงงานจากเพื่อนบ้านให้เข้ามาในประเทศได้เป็นจำนวนมาก อย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา โดยแรงงาน 2.2 ล้านคน เป็นแรงงานที่ลงทะเบียนถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในไทย
อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมประมงไทย ต่างถูกข่มเหงจากนายจ้าง โดยสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน เปิดเผยว่า ในปี 2014 แรงงานส่วนใหญ่ต้องอดอาหาร ถูกตี รวมทั้งโดนกักขัง เพื่อแลกกับค่าจ้างในการออกหาปลา
นอกจากนี้ ยังมีแรงงานนับไม่ถ้วนที่ถูกฆ่าตาย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะรู้จำนวนที่แน่ชัดว่ามีแรงงานจำนวนเท่าใดที่ถูกข่มเหง แต่แหล่งข้อมูลคาดว่ามีแรงงานราว 2 แสนคน ซึ่งเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว
ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวนั้น เนื่องจากการที่อียูให้ใบเหลืองประมงไทย จากปัญหาด้านการกดขี่แรงงานในประมงไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องแก้ไข
แม้อียูจะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในเดือน ธ.ค. ว่าจะยกระดับมาตรการลงโทษด้วยการให้ “ใบแดง” ไทยหรือไม่ ทว่ารัฐบาลไทยกลับให้ความสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ และภาคธุรกิจเป็นหลักเหมือนที่ผ่านๆ มา แทนที่จะจัดการกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ
ดังนั้น ถ้าหากไทยได้ “ใบแดง” จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยเลวร้ายลงเรื่อยๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของอียูไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ในประเทศ และคงเป็นเรื่องยากหากจะทำการค้าขายกับประเทศอื่น โดยเฉพาะในยุโรป
รัฐบาลไทยจึงควรตระหนักว่าการส่งเสริมการใช้แรงงานทาสไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตไปได้ และวิธีที่จะช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นก็คือการปฏิรูปและหันมาเคารพสิทธิมนุษยชนให้มากขึ้น







