
ก่อการร้ายอาเซียน
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
ก่อนหน้าที่โลกจะเข้าสู่ยุคความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่ เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายในปี 2008 เป็นต้นมา โลกของเราเคยง่วนอยู่กับวาระการทำสงครามมาตลอดหลายปีค่ะ โดยมีเหตุวินาศกรรมสหรัฐ 11 ก.ย. เป็นปฐมบทอย่างเป็นทางการ
ในยุคนั้นถือเป็นสงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่กินวงกว้างและใกล้ตัวใกล้บ้านเรายิ่งกว่าวินาศกรรมกรุงปารีสเสียอีก
หลายคนอาจพอจำชื่อของกลุ่มก่อการร้ายดังๆ ในอาเซียน เช่น “อาบูไซยาฟ” ในฟิลิปปินส์ และ “เจมาห์ อิสลามิยาห์” (เจไอ) ที่มีฐานปฏิบัติการหลักๆ ในอินโดนีเซียและมาเลเซียได้ ตอนนั้นชื่อพวกนี้อาจคุ้นหูคนไทยบ้างจากข่าวการจับนักท่องเที่ยวเป็นตัวประกันและฆ่าตัดคออย่างเหี้ยมโหดที่ฟิลิปปินส์
แต่ที่ดังกว่าก็คือ เหตุวินาศกรรมไนท์คลับบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 202 คน เป็นการก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในแถบนี้และทำให้ชื่อของอาเซียนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในฐานะฐานที่มั่นของกลุ่มเจไอที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ศัตรูคู่แค้นของสหรัฐในเหตุ 9/11
และในปีถัดมาก็มีข่าวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศและทั่วโลกว่า เจ้าหน้าที่ไทยร่วมมือกับซีไอเอ สามารถรวบตัว ริดวน อิซามุดดิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฮัมบาลี” หัวหน้าใหญ่ของเจไอ ได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทยเรานี่เอง ก่อนที่จะมีการส่งตัวให้สหรัฐแบบเงียบๆ และไปจบลงที่คุกลับในกวนตานาโม มีรายงานภายหลังว่าฮัมบาลีกำลังวางแผนจะถล่มการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพพอดิบพอดีเสียด้วย
หลังจากนั้น ชื่อของเจไอและอาบูไซยาฟก็ค่อยๆ เลือนหายลง เนื่องจากหลายชาติในอาเซียนพร้อมใจกันไล่ล่ากวาดล้างอย่างเต็มที่ ทั้งสามารถจับกุมและจับตายบรรดาแกนนำมือรองๆ ได้ ทำให้วาระเรื่องการก่อการร้ายในอาเซียนทยอยลดความสำคัญลง
ขณะที่การก่อการร้ายหันไปลงมือในฝั่งยุโรปมากขึ้นแทน เช่น การก่อวินาศกรรมสถานีรถไฟในกรุงมาดริด สเปน ปี 2004 ที่มีผู้เสียชีวิต 191 คน และเหตุวินาศกรรมกรุงลอนดอน ปี 2005 ที่มีผู้เสียชีวิต 5 คน ก่อนที่วาระเรื่องการก่อการร้ายจะถูกลดความสำคัญลงเพราะวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกใน 3 ปีหลังจากนั้น
แต่ล่าสุด ชื่อของอาบูไซยาฟและเจไอเริ่มกลับมาอยู่ในโฟกัสอีกครั้ง จากกรณีระเบิดกรุงปารีสในประเด็นที่ว่า พลเมืองหรือกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่นในประเทศหันไปฝักใฝ่เข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) และกลับมาก่อเหตุในบ้านตัวเอง ซึ่งมีการเตือนถึงกลุ่มอาบูไซยาฟ ในขณะที่ฟิลิปปินส์กำลังเป็นเจ้าภาพเอเปกและมีการเตือนภัยกลุ่มเจไอที่เล็งเป้าในมาเลเซียด้วย
แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการเกาะกระแส หรือเป็นภัยคุกคามที่กลับมาจริงๆ แต่ที่แน่ๆ โลกของเรากำลังซับซ้อนขึ้นและต้องระมัดระวังมากขึ้นค่ะ







