posttoday
วัดใจ "ธีรชัย" เคลียร์ปมราชภักดิ์ เดิมพันอนาคตกองทัพ

วัดใจ "ธีรชัย" เคลียร์ปมราชภักดิ์ เดิมพันอนาคตกองทัพ

17 พฤศจิกายน 2558

เผือกร้อนถูกส่งต่อมาถึงมือ พล.อ.ธีรชัย กับภาระหน้าที่ต้องสะสางเคลียร์ทุกปมปัญหาเกี่ยวกับ "โครงการราชภักดิ์"

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เผือกร้อนถูกส่งต่อมาถึงมือ​ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. กับภาระหน้าที่ต้อง​สะสางเคลียร์ทุกปมปัญหาเกี่ยวกับ “โครงการราชภักดิ์” ท่ามกลางการจับจ้องจากสังคม

เส้นตาย 7 วัน ถือเป็นกรอบเวลาเร่งด่วนที่คณะกรรมการตรวจสอบโครงการราชภักดิ์จะต้องเร่งหาข้อสรุปว่าเรื่องนี้โยงใยไปถึงใคร ในปมเรื่องอะไรบ้าง

ก่อนที่ พล.อ.ธีรชัย จะเป็นผู้ตัดสินใจชี้ขาดว่าจะ​จัดการเรื่องนี้อย่างไร แถมยังเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อไม่ให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหา​บานปลายกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือต่อกองทัพและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในอนาคต

เรื่องนี้ถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่กองทัพและ คสช.ต้องเผชิญ เพราะเกี่ยวข้องกับเงื่อนงำความไม่โปร่งใสในหลายส่วน

ปัญหารุนแรงขึ้นเพราะ คสช.เป็นตัวตั้งตัวตี แถมขันอาสาประกาศให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมพยายามโยนให้เป็นเรื่องของสิ่งเลวร้ายที่นักการเมืองได้ทิ้งภาระเอาไว้ ​

ดังนั้น การต้องมาพัวพันกับเรื่องทุจริตเสียเอง แถมยังเป็นโครงการที่ต้องการเชิดชูบูรพกษัตริย์ไทย ความรุนแรงของปัญหานี้ย่อมมากขึ้นกว่าปกติอีกหลายเท่า

​ดีไม่ดีอาจพานกระทบไปถึงเรื่องอื่นๆ จนทำให้ทุกอย่างที่ คสช.ทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปฏิรูป หรือรัฐธรรมนูญ​ต้องเสียหายไปด้วย

การตัดสินใจสะสางปัญหาทั้งหมด จึงถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของ พล.อ.ธีรชัย ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะทุกอย่างเกี่ยวพันไปถึงภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อกองทัพ

แถมเรื่องนี้ยังมาในจังหวะเวลาไล่เลี่ยกับกระแสข่าว “รอยร้าว” ในกองทัพ โดยเฉพาะระหว่างคู่เกาเหลาล่าสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร-พล.อ.ธีรชัย ที่มีข่าวระหองระแหงก่อนหน้านี้

อีกทั้งยังไปสอดรับกับที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ขณะนี้มีความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับ คสช. แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม บอกเพียงแค่ใครทำดีได้ดี ใครทำไม่ดีต้องมีอันเป็นไป แล้วประชาชนจะเห็นเอง

จังหวะนี้จึงต้องรอดูผลสรุปจากคณะกรรมการสอบที่ พล.อ.ธีรชัย วางตัว พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานที่ปรึกษากองทัพบก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.14 กับทั้ง พล.อ.อุดมเดช และ พล.อ.ธีรชัย มาเป็นประธานคณะกรรมการสอบ ว่าผลจะออกมาอย่างไร

เริ่มตั้งแต่ประเด็นเรื่องการคัดเลือกโรงหล่อที่มีข่าวเรื่องการเรียกเก็บค่าหัวคิว ที่สุดท้ายจบลงด้วยการนำเงินหัวคิวไปบริจาค แต่ในทางคดียังต้องตามต่อไปว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงใครบ้าง เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ไม่ใช่อธิบายแค่บริจาคเงินแล้วทุกอย่างจะจบ

​ถัดมาที่ประเด็นย่อย ทั้งการจัดโต๊ะจีนราคาสูงในงาน “ไบค์ ฟอร์ ราชภักดิ์ แอนด์ คอนเสิร์ต” รวมไปถึงต้นไม้ในบริเวณอุทยานราชภักดิ์ที่มีราคาสูงมาก รวมทั้งต้องตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคว่าใครบริจาคบ้าง บริจาคเท่าไหร่ เงินใช้ไปกับอะไรบ้าง

ยังไม่รวมกับรายละเอียดต่างๆ ของตัวละครที่เริ่มปรากฏ ทั้งเซียนพระ ที่เกี่ยวกับโรงหล่อ หรือทหาร ที่ปรากฏว่ามีความเกี่ยวข้อง

รายละเอียดทั้งหมดจะถึงมือ พล.อ.ธีรชัย ภายในวันที่ 20 พ.ย. จากนั้นจะเป็นเรื่องที่ พล.อ.ธีรชัย ตัดสินใจว่าจะกล้าตัดสินใจเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องหรือไม่โดยเฉพาะหากผลการสอบสวนเกี่ยวพันไปถึงคนในกองทัพ ​

ดังจะได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นจะมาสะดุดตรงความเป็นพรรคพวกเพื่อนพ้องจนไม่อาจเดินหน้าไปจนสุดทาง

ต่างกันตรงรอบนี้เดิมพันตรงหน้าเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นและอนาคตของกองทัพ

​​การดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส ทำอะไรแบบตรงไปตรงมา เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะหากจะใช้มุขเดิมปล่อยให้ทุกอย่างเงียบไป ย่อมไม่ได้ผลอีกแล้ว ดังจะเห็นว่าเวลานี้มีคนคอยออกมากระทุ้งอยู่เรื่อยๆ

จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อย ล่าสุดออกมาดักคอว่าผลสอบครั้งนี้น่าจะต้องออกมาแบบตรงไปตรงมา พร้อมจี้ให้รัฐบาลแจ้งความเอาคนผิดมาลงโทษ

“ผมหวังว่าผลการตรวจสอบของ ผบ.ทบ.ที่มีปากและใจตรงกันคนนี้ พูดน้อย กระชับ และเข้าใจ จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เรื่องราวมีกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา หากไม่มีมูลคงไม่มีการกระทำในขณะนี้ได้ ถึงที่สุดเรื่องนี้ไม่สุจริตแน่นอน เพราะมีคนหนี ลาออก และถูกปลดออกจากราชการ” จตุพร กล่าว

หรือหากคิดจะใช้วิธีตัดตอนปล่อยให้ทุกอย่างจบในชั้นการสอบสวนว่าไม่มีใครผิดแต่ต่อมามีองค์กรอื่น​เข้ามาตรวจสอบแล้วพบความผิด ย่อมทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

การตัดสินใจของ พล.อ.ธีรชัย จึงถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ ที่มีผลกระทบทั้งต่อตัวเอง และยังสุ่มเสี่ยงจะกระทบถึงภาพลักษณ์และอนาคตของกองทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง​

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท