posttoday
เศรษฐกิจไทยไร้ทิศ ฟื้นตัว แต่โตต่ำ

เศรษฐกิจไทยไร้ทิศ ฟื้นตัว แต่โตต่ำ

16 พฤศจิกายน 2558

การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ความพยายามมานานกินเวลากว่า 1 ปี ในช่วงที่ผ่านมา

หากนับตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในช่วงปลายปี 2557 ขณะนั้นเกิดวิกฤตการเมืองจนทำให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้เพียง 0.9% เท่านั้น

ต่อมาในปี 2558 รัฐบาลคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะโตได้แบบก้าวกระโดด แต่ผ่านไปครึ่งปีเศรษฐกิจยิ่งนานยิ่งอ่อนแอ จากที่ประมาณการไว้ตอนต้นปีจะขยายตัวได้ 3-4% แต่ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี สำนักด้านเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนต่างทยอยปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง จนรัฐบาลนั่งไม่ติดยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ
กันยกใหญ่

ทันทีที่ทีมเศรษฐกิจเข้ามาทำงาน ก็มีการออกมาตรการกระตุ้นติดๆ กัน แต่ว่าเศรษฐกิจของไทยก็ดูไม่ดีขึ้น จนต้องปรับประมาณการจีดีพีต่ำกว่า 3% กระทรวงการคลังคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% จากเดิมที่คาดว่าจะได้ 3% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2.7%

แต่ที่คาดการณ์หนักหนาสาหัสที่สุด คือ ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.5% ปีหน้าอัตราเติบโตจะเหลือ 2% แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นจำนวนมากก็ตาม โดยธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจมีปัญหาโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้เศรษฐกิจยิ่งวันยิ่งตกลง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้จะออกมาเท่าไร แต่ก็ขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะน้อยกว่าที่รัฐบาลต้องการก็ตาม

ขณะที่สิ่งสำคัญของรัฐบาล คือ จะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าหรือปี 2559 ขยายตัวได้มากขนาดไหน และโตต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและฟื้นตัวจริงๆ ไม่กลับมาเกิดโคม่ารอบใหม่

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ออกมาเรียกความเชื่อมั่นฝ่ายต่างๆ ว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในลักษณะรูปเครื่องหมายถูกปลายชี้ทแยงขึ้นฟ้า หรืออธิบายได้ว่าฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและขยายตัวสูงต่อเนื่อง เป็นการเรียกความเชื่อมั่นที่ท้าทายอยู่ไม่ใช่น้อย

ด้าน วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะฟื้นตัว แต่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อยที่เป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฟื้นตัวอย่างช้าๆ เป็นเครื่องหมายถูกเหมือนกับที่รองนายกรัฐมนตรีคาดไว้ แต่ปลายของเครื่องหมายถูกไม่ได้ชี้ขึ้นมากเท่าที่รองนายกรัฐมนตรีคาดหวังไว้

ขณะที่ภาคเอกชนหลายแห่งได้ทำนายเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะฟื้นตัวเป็นรูปตัว U ท้องกว้าง หมายความว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่รัฐบาลคาดไว้ แต่หากเศรษฐกิจไทยตั้งหลักได้ก็จะฟื้นตัวได้สูง ปัญหาคือเศรษฐกิจไทยจะท้องช้างของรูปตัว U นานขนาดไหน

นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะเป็นรูป L ไปอีกระยะหนึ่ง ถึงจะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หากรัฐบาลปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยได้สำเร็จ เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงระยะสั้นอีกมาก ทั้งเศรษฐกิจภายในที่ยังอ่อนแอและเศรษฐกิจโลกยังผันผวน

อย่างไรก็ตาม แม้ทุกฝ่ายจะมีมุมมองการฟื้นตัวแตกต่างกัน แต่ที่ตรงกันคือเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว สิ่งที่ท้าทายต่อไป คือจะฟื้นตัวในรูปแบบไหนเท่านั้น

หากประเมินจากภาวะเศรษฐกิจไทยตอนนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.8% ส่วน ธปท.มองว่า 3.7% หากเป็นไปตามที่คาด เศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวตามที่รัฐบาลต้องการให้เป็น คือ เครื่องหมายถูกที่มีแนวโน้มหางชี้ทแยงขึ้นฟ้า

แต่เอกชนหลายฝ่ายต่างเกรงว่าแนวโน้มจะเป็นทางตรงข้าม เศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนแอที่อาจจะขยายตัวได้ไม่ตามเป้าหมาย และที่สำคัญอาจจะขยายตัวได้ไม่ถึง 3% เท่ากับเศรษฐกิจอยู่ในภาวะรูปตัว L ทันที คือไม่ได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้แย่กว่าเดิม

สาเหตุที่เห็นว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ไม่ถึง 3% เกิดจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยยังทำงานได้ไม่เต็มที่การบริโภคยังคงหมดแรงกระตุ้น หนี้ภาคครัวเรือนสูง ทำให้กำลังใช้จ่ายตก การลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวได้ช้า

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยปีหน้าจึงพึ่งการลงทุนภาครัฐและการส่งออกเป็นสำคัญแต่การลงทุนภาครัฐที่พยายามเร่งเครื่อง แต่ปรากฏว่าก็ยังอึด เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 งบลงทุนยังเบิกได้แค่ 2 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนทั้งหมด 5.4 แสนล้านบาท

ในส่วนของการเร่งลงทุนขนาดใหญ่ที่รัฐบาลตีฆ้องเรียกความเชื่อมั่นว่าปีหน้าจะผลักดันการลงทุนร่วมรัฐและเอกชนได้ 5 โครงการวงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ก็เป็นแค่การเตรียมโครงการจากนับหนึ่งไปจนถึงให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเท่านั้น แต่หลังจากนั้นยังต้องมีการเปิดประมูล ที่ไม่มีใครกำหนดได้ว่าต้องใช้เวลาอีกมากน้อยแค่ไหน ถึงจะจรดปากกาเซ็นให้เริ่มรับเหมาก่อสร้าง เริ่มตอกเสาเข็มได้จริง

สำหรับการส่งออกของไทยที่ติดลบมา 3 ปีติดต่อกัน และคาดว่าปีหน้าจะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ก็ยังต้องแหวกมรสุมเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนจากทั้งปัญหาเดิมและปัญหาใหม่ ภัยจากการก่อการร้าย

ที่สำคัญที่สุด คือ เศรษฐกิจจีนที่เดิมคาดว่าจะขยายตัวปีละ 7% แต่หลังจากนี้จะขยายตัวได้แค่ละ 6% กว่า กระทบกับการส่งออกของไทยอย่างจัง เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โอกาสที่การส่งออกของไทยจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกก็เป็นไปได้ยาก

เศรษฐกิจไทยปีหน้าจึงต้องฝ่าปัญหาหลายด้านกว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3%

ด้วยเหตุนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้าเทียบกับปีนี้ ดูท่าแล้วน่าจะทรงๆ เป็นรูปตัว L แต่หากมองให้ไกลกว่านั้น ก็ยังมีการคาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปีนี้นับต่อจากนี้ จะขยายตัวได้เพียง 2-3% จากเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแออีกหลายปี ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยน่าจะขยายตัวในระดับต่ำ ปีละ 1-2%

ขณะที่การบริหารเศรษฐกิจภายในประเทศในระยะปานกลาง ก็มีความท้าทาย มาตรการกระตุ้นทำได้ไม่มาก เพราะรัฐบาลมีงบจำกัด การเร่งลงทุนไม่ได้สามารถทำได้เต็มที่ การเสียตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้กับประเทศคู่แข่ง เพราะไทยไม่พัฒนาคุณภาพการผลิตและสินค้า

หากเป็นเช่นนั้น แนวโน้มที่เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะเป็นรูปตัว L หางวิ่งขนานกับพื้นไปอีกหลายปี ไม่ได้ฟื้นตัวเป็นเครื่องหมายถูกหางทแยงขึ้นฟ้าอย่างที่รัฐบาลคาดหวังไว้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69