
ภัยเศรษฐกิจ
เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และการระเบิดที่ย่านราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามด้านก่อการร้ายที่รุนแรงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญภัยคุกคามดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะทางการเมืองของแต่ละประเทศ แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอีกด้วย
เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และการระเบิดที่ย่านราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามด้านก่อการร้ายที่รุนแรงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญภัยคุกคามดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะทางการเมืองของแต่ละประเทศ แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ เพราะภัยคุกคามด้านก่อการร้ายจะทำลายบรรยากาศการลงทุน การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของแต่ละประเทศได้ ที่เห็นได้ชัดคือ หลังเกิดเหตุในกรุงปารีส รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งยกเลิกเที่ยวบิน ที่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาไทยไม่มากก็น้อย ไม่นับผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดเงิน ที่จะผันผวนมากขึ้น
นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงต่อสภาพเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง เพราะแม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าการดูแลรายได้ของเกษตรกร ผ่านการลงทุนโครงการขนาดเล็ก กองทุนหมู่บ้าน ไปจนถึงการดูแลให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนทั้งมาตรการภาษี และมาตรการอื่นๆ พร้อมไปกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ
แต่เศรษฐกิจปีหน้ายังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้านรุมเร้า โดยเฉพาะกำลังซื้อของเกษตรกร จากภัยแล้งที่กำลังคืบคลานเข้ามา และจะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตสินค้าภาคเกษตรลดต่ำลง แม้ราคาสินค้าเกษตรอาจจะสูงขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะสูงพอจะชดเชยรายได้ที่หายไปจากผลผลิตที่ลดลง
กำลังซื้อของประชาชนทั่วไปยังถูกลดทอนจากปัญหาที่ค้างคาอยู่เดิม คือ หนี้ครัวเรือนที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง และมีโอกาสจะสูงขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล ทั้งการให้กู้ผ่านกองทุนหมู่บ้าน การให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อซื้อบ้าน สามารถกู้จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ ส่งผลให้รายได้ต่อเดือนส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระหนี้ค่าบ้าน แทนการจับจ่ายใช้สอยตามปกติ
ยังไม่นับปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ฉุดรั้งการเติบโตของภาคส่งออกของไทย ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ราคาน้ำมันที่ตกต่ำ ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งสินค้าเกษตรลดต่ำลงมาด้วย
ขณะที่ภัยคุกคามด้านก่อการร้ายยังเข้ามาซ้ำเติมทำให้บรรยากาศการค้าการลงทุนยิ่งมีปัญหามากขึ้น
เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันภัยก่อการร้ายแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมเศรษฐกิจ ยังต้องให้ความสำคัญกับภัยก่อการร้ายที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในปีหน้าที่เครื่องจักรขับเคลื่อนยังอ่อนแรงอยู่มาก
รัฐบาลจะต้องมีท่าทีที่กระตือรือร้น และตระหนักถึงปัญหาภัยคุกคามนี้ ที่จะมีผลซ้ำเติมต่อเศรษฐกิจ โดยเร่งประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ที่จะรับมืออย่างถูกต้องและทันท่วงที
นอกเหนือจากการประเมินผลกระทบทางด้านการเมืองเพียงด้านเดียว







