
ตร.สุราษฎร์รวบแก๊งขนน้ำมันเถื่อน 3.5 หมื่นลิตร
ตำรวจสุราษฎร์ธานีจับแก๊งขนน้ำมันเถื่อน ดัดแปลงซุกรถเทรนเลอร์ 18 ล้อขนสารเคมีจากนราธิวาสส่งกาญจนบุรี แม้พยายามติดต่อให้นายตำรวจใหญ่โทรเคลียร์แต่ไม่เป็นผล
ตำรวจสุราษฎร์ธานีจับแก๊งขนน้ำมันเถื่อน ดัดแปลงซุกรถเทรนเลอร์ 18 ล้อขนสารเคมีจากนราธิวาสส่งกาญจนบุรี แม้พยายามติดต่อให้นายตำรวจใหญ่โทรเคลียร์แต่ไม่เป็นผล
พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 8 พร้อม พ.ต.ท.สง่า ทางธรรม สว.กก.สส.ภาค 2 นำกำลังเฝ้าอยู่บริเวณริมถนนทางหลวงเอเชีย 41 ม.4 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พบรถเทรนเลอร์หัวลาก 18 ล้อบรรทุกสารเคมี 2 ถังใหญ่ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 70-6750 นครปฐม มีชื่อบริษัทศรีสมบัติ และมีนายชลอ วงศ์ชื่น ติดข้างรถ กำลังขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจมีนายพิภพ วงศ์อู๊ด ชาวบ้านต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เป็นคนขับและนายฉลวย รู้สมัย ชาวบ้านต.เมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย นั่งข้าง จากการตรวจค้นพบถังบรรทุกสารเคมีขนาดใหญ่ 2 ถังอยู่บนหลังเทรนเลอร์ถูกดัดแปลงแยกถังใบที่ 1 บรรจุน้ำมันเบนซิน จำนวน 17,000 ลิตรและถังใบที่ 2 บรรจุน้ำมันดีเซล 18,000 ลิตร รวม 35,000 ลิตร มูลค่า2 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นน้ำมันเถื่อน เนื่องจากไม่มีเอกสารกำกับขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและใบอนุญาตประกอบการขนส่งน้ำมันแสดงเป็นหลักฐาน จึงแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษี ส่ง สภ.พุนพิน ดำเนินคดีต่อไป
นายฉลวย ให้การว่า รถเทรนเลอร์เป็นของนักธุรกิจที่ จ.นครปฐม ส่วนตนเองและนายพิภพเป็นผู้รับจ้างขับรถ ปกติวิ่งรับจ้างขนส่งสารเคมีและน้ำยาทำความสะอาดส่งโรงงานแถบภาคอีสานและภาคกลาง ก่อนเกิดเหตุได้รับว่าจ้างคนละ 4,000 บาทให้วิ่งรถเปล่ามารับน้ำมันที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไปส่งที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังจากนั้นจะมีรถมารับแยกไปส่งที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกอีกทอดหนึ่ง โดยทำมาแล้ว 2 เที่ยวและมีรถของบริษัทอื่นร่วมกันมาบรรทุกอีก 8 คันด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.และผอ.ศปสน.ตร.ได้รับรายงานมีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจากภาคใต้มายังภาคกลางเดือนละ 8 คัน มูลค่า 30 ล้านบาทโดยใช้รถบรรทุกสารเคมีอำพราง จึงส่งกำลังสะกดรอยตามจนพบรถคันดังกล่าวแล่นไปยังโรงน้ำแข็งติดแม่น้ำตากใบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พบการขนถ่ายน้ำมันจากเรือประมงใส่รถเทรนเลอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา และวางแผนจะตามไปจับกุมที่ปลายทาง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แต่คนขับรถรู้ตัวจึงตัดสินใจเข้าจับกุมก่อน
อย่างไรก็ตามในระหว่างควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาไปสอบสวนได้มีตำรวจระดับ พ.ต.อ.นายหนึ่งในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2 ได้โทรศัพท์มาเจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาและรถ โดยเจ้าของเป็นกำนันชื่อดังใน จ.นครปฐม แต่ชุดจับกุมไม่ยินยอมเนื่องจากเป็นคำสั่งจากพล.ต.อ.จงรัก







