
โลกไม่ปลอดภัย "ไอเอส" ตอบโต้
ทั่วโลกจะตกอยู่ในอันตราย เพราะไอเอสกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งยังไม่กลัวความตายซึ่งทำให้ป้องกันได้ยาก
โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์
การที่กลุ่มไอเอสออกมาแถลงยอมรับก่อเหตุความรุนแรงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้มีการประเมินสถานการณ์โลกจากนี้อยู่อย่างไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามนักวิชาการมีมุมมองว่าในส่วนประเทศไทยยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย
จรัญ มะลูลีม อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นรูปแบบของการตอบโต้ที่ฝรั่งเศสนำกำลังทหารเข้าถล่มกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เช่นเดียวกับการตอบโต้ประเทศอื่นอย่าง รัสเซีย ญี่ปุ่น และจอร์แดน โดยต่อจากนี้จะเป็นการตอบโต้กลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศอิหร่าน แสดงให้เห็นถึงจุดประสงค์ว่าต้องการตอบโต้ทุกวิถีทางที่ทำได้ ไม่ว่าประเทศนั้นจะมีความแข็งแกร่งหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ รูปแบบการโจมตีมีลักษณะคล้ายกับที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย ตูนิเซีย และอียิปต์ ซึ่งกลุ่มไอเอสคือผลิตผลของการแสดงขุมกำลังของประเทศมหาอำนาจ ที่พยายามรุมกำจัดกลุ่มไอเอส แต่ทุกวันนี้ยังทำไม่สำเร็จ จนกลายเป็นการสร้างปีศาจร้ายที่มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และได้ขยายเครือข่ายออกไปทั่วโลกแล้ว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายจากกลุ่มไอเอส เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมกับอีก 25 ประเทศที่เข้าไปร่วมโจมตีกลุ่มไอเอส เพราะประเทศเหล่านี้ถือเป็นประเทศปรปักษ์ต่อกัน ในส่วนของประเทศไทยจะได้รับผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มไอเอสจะไม่เดินทางมาในอนาคต
“ต่อไปนี้ไม่มีที่ใดปลอดภัย เพราะกลุ่มไอเอสเก่งเรื่องสงครามจรยุทธ ทั่วโลกจะตกอยู่ในอันตราย แต่ยังไม่มีความเสี่ยงในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากไม่ได้มีผลประโยชน์ในการเข้าร่วมถล่มไอเอส เวลานี้การป้องกันของประเทศตะวันตกถือว่าสายไปแล้ว เพราะไอเอสกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งยังไม่กลัวความตายซึ่งทำให้ป้องกันได้ยาก” จรัญ กล่าว
จรัญ กล่าวอีกว่า ต่อจากนี้หลายประเทศจะต้องทำงานร่วมกันให้มากขึ้นร่วมกันปราบปีศาจ ซึ่งทำได้ยากมากเพราะจะกลายเป็นตายหนึ่งเกิดแสน เหตุการณ์ใช้ยุทธวิถีตอบโต้กลับเช่นนี้จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งน่าตกใจที่ไม่ได้เกิดจากคนอาหรับอย่างเดียว แต่เกิดจากคนยุโรปที่เปลี่ยนไปสนับสนุนไอเอสต่อต้านรัฐบาลของตัวเองเช่นกัน
ด้าน เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคงนานาชาติ กล่าวว่า ความขัดแย้งในฝั่งตะวันออกกลางกลายเป็นขบวนการที่พัฒนาและขยายตัวมากขึ้น ทำให้หลายประเทศแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ยากลำบาก เนื่องจากขณะนี้กลุ่มไอเอสมีฐานกำลังในยุโรปเป็นจำนวนมาก ส่วนรูปแบบการก่อการร้ายจากเดิมมีเป้าหมายที่ตัวบุคคลเจาะจงไปยังตัวผู้นำประเทศ แต่เหตุการณ์ในฝรั่งเศสเป็นการกระทำต่อประชาชน เพื่อสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาเป้าหมายต่อไป
สำหรับความเกี่ยวโยงในประเทศไทย อาจเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยกับเครือข่ายพื้นที่ชายแดนภาคใต้เท่านั้น
ท่องเที่ยวทั่วโลกป่วน ชี้ไทย-ฝรั่งเศสชะลอ 2-3 เดือน
เหตุก่อการร้ายที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้สร้างความหวั่นวิตกให้กับนักท่องเที่ยวต่อการเดินทางท่องเที่ยวไปในเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น
จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ความเห็นว่า เหตุก่อการร้ายที่ปารีส จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกังวลกับการไปเที่ยวในเมืองหลวงหรือเมืองสำคัญของประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะมีกระแสข่าวว่าจะมีเหตุก่อการร้ายเพิ่มขึ้นในเมืองหลวงใหญ่ของประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแต่ละประเทศจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น ซึ่งรวมถึงไทยด้วย
ด้าน อภิชาติ สังฆอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีดี เอเชีย ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดสแกนดิเนเวีย กล่าวว่า จากการทำทัวร์ยุโรปมานานมองว่าเหตุการณ์ในฝรั่งเศสน่าจะทำให้คนยุโรปที่คิดจะเดินทางหนีหนาวปลายปีนี้ต้องการเดินทางไปมานอกยุโรปมากขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ในบ้านตัวเอง ดังนั้นเอเชียซึ่งรวมถึงไทยน่าจะเป็นจุดหมายหนึ่งในนั้นที่ยุโรปจะเลือกมา
สำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวฝรั่งเศสจะมี 2 แบบ คือ กลุ่มใหญ่จะยังไม่กล้าเดินทางไปเที่ยวในช่วงใกล้ๆ นี้ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่จะมีอีกกลุ่มมองตรงกันข้ามว่าช่วงนี้มีความปลอดภัยสูง เพราะทางการเข้มงวดระบบรักษาความปลอดภัย
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท.ได้ประสานการทำงานร่วมกับสถานทูตไทยในฝรั่งเศสให้ติดตามนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวฝรั่งเศส พบว่ามีประมาณ 700-1,000 คน ซึ่งทุกคนได้รับความปลอดภัย นอกจากนี้ได้สั่งการให้สำนักงานต่างประเทศ ททท.ทั้ง 27 แห่งทั่วโลกติดตามความเคลื่อนไหวนักท่องเที่ยว เบื้องต้นยังไม่มีการยกเลิกการเดินทาง สำหรับมาตรการรับมือระยะกลางและระยะยาว ได้หารือร่วมกับ
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา จัดตั้งศูนย์ดูแลให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางออกต่างประเทศ เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือได้ทันที หากเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่กรุงปารีส
เจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดในหลายจุดที่กรุงปารีส เมืองหลวงประเทศฝรั่งเศส จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปฝรั่งเศส และนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสเดินทางออกต่างประเทศ เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ และครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คาดว่าคนไทยและชาวฝรั่งเศสจะชะลอการเดินทางเที่ยวประมาณ 2-3 เดือน ด้านนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสมาไทย เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการยกเลิกการเดินทาง เพราะติดวันหยุด
“นับจากนี้ปารีสจะไม่เหมือนเดิมในแง่การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์การขายในอนาคต” เจริญ กล่าว
เจริญ กล่าวอีกว่า ไทยควรยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย การพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกประเทศผ่านท่าอากาศยานและชายแดนต่างๆ อย่างเร่งด่วน เพราะต้องยอมรับว่าไทยมีระบบคัดกรองที่ล้าสมัย หากมีแผนอยู่แล้วต้องเร่งให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจทำให้การเดินทางท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ไม่คึกคักมากนัก เมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา
กฤชณัฐ มีสำราญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ลิ่ง กรุ๊ป และอุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า หลังทราบข่าวเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศส ได้ปรับแผนเส้นทางท่องเที่ยวให้กับกรุ๊ปทัวร์ของบริษัทที่กำลังเดินทางเข้าปารีส 1 กรุ๊ป หากรวมกับกรุ๊ปทัวร์บริษัทอื่นด้วยน่าจะมีคนไทยเกือบ 1,000 คนในฝรั่งเศส ซึ่งก็ยังคงเที่ยวอยู่ แต่เน้นไปในแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไปได้และปลอดภัย
สำหรับกลุ่มที่มีแผนเดินทางหลังจากนี้ หากเป็นในสัปดาห์หน้าก็ยังคงต้องเดินทางอยู่ เพราะเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินไม่ได้แล้ว ส่วนหลังจากนั้นไปอาจมีบางส่วนที่ชะลอหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อนจนกว่าจะมั่นใจความปลอดภัย ซึ่งบริษัทก็เตรียมแผนรองรับด้วยการเสนอทางเลือกเที่ยวยุโรปตะวันออกที่ไม่น่าจะมีปัญหา
ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา กล่าวว่า หากจองการเดินทางแบบเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) แล้ว นักท่องเที่ยวยุโรปกลุ่มนี้คงจะเดินทางมาไทยอยู่เพราะยกเลิกไม่ได้ แต่หากเป็นการเดินทางเที่ยวเอง เวลานี้อาจต้องการอยู่บ้านมากกว่า ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดช่วงที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ไทยพอดี ก็คงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ โดยเชื่อว่าหากมีผลกระทบคงเป็นแค่ช่วงสั้นๆ







