
ธุรกิจดาต้าเฮรับ4จี
จบการประมูลอันดุเดือดไปแล้วสำหรับการชิงคลื่น 4จี แต่สำหรับผู้ให้บริการในส่วนเกี่ยวเนื่องแล้วถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่จะช่วงชิงเม็ดเงินที่จะเกิดตามมาจากการลงทุนของผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งสองราย เอไอเอส กับทรู รวมทั้งการปรับตัวทำธุรกิจเท่าทันยุค 4จี จากผู้ให้บริการรายใหม่ที่มีฐานลูกค้าถึงกว่า 44 ล้านรายอย่างเอไอเอส และทรูกว่า 23 ล้านราย
จบการประมูลอันดุเดือดไปแล้วสำหรับการชิงคลื่น 4จี แต่สำหรับผู้ให้บริการในส่วนเกี่ยวเนื่องแล้วถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่จะช่วงชิงเม็ดเงินที่จะเกิดตามมาจากการลงทุนของผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งสองราย เอไอเอส กับทรู รวมทั้งการปรับตัวทำธุรกิจเท่าทันยุค 4จี จากผู้ให้บริการรายใหม่ที่มีฐานลูกค้าถึงกว่า 44 ล้านรายอย่างเอไอเอส และทรูกว่า 23 ล้านราย
สันติ เมธาวิกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ หรือยูไอเอช กล่าวว่า ในมุมของผู้บริโภคการมี 4จี อย่างเป็นทางการจะทำให้การใช้งานดาต้าเร็วขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องการดูวิดีโอ ดูแผนที่ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันดาต้าเหล่านี้จะกินแบนด์วิดท์ (Bandwidth) มาก
ถ้ามี 4จี ก็จะเร็วขึ้น ขณะที่ในมุมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ปัจจัยจากพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้ 2 ธุรกิจหลักๆ ที่จะโดดเด่นมาก คือ ธุรกิจทุกรูปแบบที่มีแอพพลิเคชั่น และธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ จะขยายตัวไม่น้อยกว่า 30-40%“ยุคต่อไปจะเป็นเรื่องการใช้ดาต้า ซึ่งดาต้าที่พูดถึง ไม่ใช่แค่ดูหนังหรือแชตกันในแอพแชตต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้กลายเป็นดาต้าพื้นฐานไปแล้ว แต่จะขยับขึ้นสู่บริการใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการในทุกธุรกิจจะต้องทำ” สันติ กล่าว
ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และบริการคลาวด์ จะกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตรองรับกับการขยายตัวของแอพเหล่านั้น เพราะหลายแอพใช้วิธีเช่าแทนการลงทุนเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเองและความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มากขึ้น โดยธุรกิจให้บริการเช่าใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์เพื่อเก็บข้อมูลในการให้บริการกับผู้บริโภคจะมีความต้องการสูงขึ้น และมีผลให้ผู้ประกอบการทั้งของไทยและต่างประเทศรายใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น
“4จี เป็นเพียงระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของทุกธุรกิจเกี่ยวเนื่องในการพัฒนาตัวเองให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค 4จี ที่จะเข้าถึงโลกออนไลน์ผ่านแอพแทนเบราเซอร์”







