posttoday
ปฏิรูปไม่คืบ งานหนัก คสช.

ปฏิรูปไม่คืบ งานหนัก คสช.

13 พฤศจิกายน 2558

ปฏิรูปเป็นโจทย์ใหญ่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญถึงขั้นประกาศเป็นเป้าหมายลำดับแรกๆ ที่ต้องการยกเครื่องประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวังวนปัญหาเดิมๆ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ปฏิรูปเป็นโจทย์ใหญ่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญถึงขั้นประกาศเป็นเป้าหมายลำดับแรกๆ ที่ต้องการยกเครื่องประเทศไทยให้หลุดพ้นจากวังวนปัญหาเดิมๆ 

แต่ผ่านมาปีกว่าความพยายามกลับยังไม่เห็นผล ผลงานปฏิรูปยังเลื่อนลอยยากจะจับต้องได้ ถึงขั้นเกิดคำถามว่า คสช.และแม่น้ำ 5 สายจัดลำดับความสำคัญกับเรื่องปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

ผลงานรูปธรรมที่พอจะจับต้องได้คือรายงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่กลั่นกรองออกมาเป็นข้อเสนอ 37 วาระปฏิรูป 6 วาระพัฒนา ​ซึ่งส่งตรงถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หวังว่าจะสามารถขับเคลื่อนนำไปสู่การปฏิบัติในเร็ววัน

ทว่า หลายเรื่องยังเงียบหาย หลายเรื่องยังเป็นเพียงแค่กรอบข้อเสนอที่ยังไม่มีความคืบหน้า จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความตั้งใจที่จะปฏิรูป

ถึงขั้น กปปส.ต้องออกมาจุดประเด็น “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” อีกรอบ หลังเห็นผลงานที่ผ่านมายังไม่เข้าเป้า หากปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่วังวนเดิม

สอบถามบรรดามวลมหาประชาชนที่เคยจุดประเด็น “ปฏิรูป” ล้วนแต่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่เห็นความคืบหน้า หรือพออกพอใจผลงานการปฏิรูป

หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะทำให้ “รัฐประหาร”​ รอบนี้ต้อง “เสียของ” แล้ว เส้นทางตามโรดแมปของ คสช.ย่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก ​

เรื่องนี้ คสช.​รับรู้และเข้าใจมาตลอด ทำให้ต้องปรับแผนเร่ง​เครื่องปฏิรูปยกใหญ่ ​เพื่อไม่ให้ทุกอย่างย้อนกลับมาเป็นปัญหาสะเทือนเสถียรภาพในระยะยาว

อย่างน้อยก็ต้องทำให้เห็นท่าทีการเอาจริงเอาจัง เริ่มจาก “ขันนอต” สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เวลานี้เดินหน้าสู่โรดแมปขั้นที่สอง

ทั้งการตั้งกรรมาธิการสามัญประจำ สปท.ทั้ง 11 คณะ ที่จะเป็นกำลังหลักไปหยิบยกข้อสรุปของ สปช.​มาต่อยอดสู่การปฏิบัติด้วยการทำ​แผนปฏิบัติการ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ สปท.

เบื้องต้นได้ขีดเส้นล่าไว้จะต้องเสร็จในเดือน ธ.ค. และสามารถเริ่มเดินหน้าได้ อันจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

ก่อนจะเข้าสู่โรดแมปช่วง 18 เดือนสุดท้ายที่จะต้องนำแผนปฏิบัติงานมาทำให้สำเร็จเป็นรูปธรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หรือลากยาวต่อเนื่องไปหลังมีรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้ง แต่ทั้งหมดจะเป็นทั้งพิมพ์เขียวและเป็นสัญญาประชาคมว่าเส้นทางปฏิรูปจะเดินไปตามนี้ ​

ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่สถานะของ สปท.ซึ่งไม่มีอำนาจดำเนินการด้วยตัวเอง ทุกอย่างต้องผลักดันเสนอแนะไปยังรัฐบาล คสช. หรือเสนอกฎหมายที่จะต้องผ่านเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อดำเนินการ

ดังนั้น หากสิ่งที่เสนอไปไม่ได้รับการขานรับกระบวนการต่างๆ ก็จะหยุดนิ่งเดินไปไม่ถึงเป้าหมาย

เป็นที่มาให้จัดวางกลุ่มงานปฏิรูปใหม่เป็น 8 ด้าน ได้แก่ 1.กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง เป็นประธาน 2.กลุ่มงานด้านการบริหารราชการแผ่นดินและกระบวนการยุติธรรม มี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธาน 3.กลุ่มงานด้านการเกษตรแนวใหม่และการบริหารจัดการน้ำ มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

4.กลุ่มงานด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นประธาน 5.กลุ่มงานด้านความมั่นคง มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน 6.กลุ่มงานด้านสาธารณสุขและประกันสุขภาพ มี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ เป็นประธาน 

7.กลุ่มงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ เป็นประธาน 8.กลุ่มงานด้านวาระแห่งชาติและการแก้ไขปัญหาสำคัญ อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาด้านการบิน ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ฯลฯ มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

ยังไม่รวมกับ​ “กลไก” ​การประสานงานของแม่น้ำ 5 สาย ที่นายกฯ พยายามหาทางเร่งรัดให้​ช่วยทำให้การทำงานปฏิรูปเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วแก้ปัญหาที่ผ่านมา ซึ่งมองว่านอกจากจะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว บางเรื่องที่ทำยังทำกันไปคนละทิศละทาง ไร้ผลสัมฤทธิ์

อีกด้านหนึ่ง คสช.​ยังพยายาม “ตีปี๊บ” ทำให้เห็นว่ารัฐบาล คสช.ไม่นิ่งนอนใจเรื่องการปฏิรูป โดยเฉพาะการสื่อสารไปยังนานาชาติ ลดแรงกดดันจากต่างชาติ

ต่อเนื่องจากใช้เวทีสหประชาชาติแจงโรดแมปเมื่อเดือนที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุด ทาง สปท.เชิญทูตทั้ง 74 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 6 องค์กร มาเพื่อที่จะชี้แจงเป้าหมายและภารกิจของ สปท.ในการปฏิรูปด้านต่างๆ

เส้นทางการปฏิรูปนับจากนี้จึงถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาล เพราะหากทำไม่สำเร็จตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ทุกอย่างจะย้อนกลับมาเป็นแรงเสียดทาน และทำให้ทุกอย่างที่ทำมาต้องเสียของ​

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท