
สนช.เห็นชอบแก้ไขบทลงโทษในกม.กำลังพลสำรอง
ที่ประชุมสนช.เห็นชอบแก้ไขบทลงโทษใน พ.ร.บ.กำลังพลสำรอง ให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลพินิจ ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายอาญาทหาร
ที่ประชุมสนช.เห็นชอบแก้ไขบทลงโทษใน พ.ร.บ.กำลังพลสำรอง ให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลพินิจ ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายอาญาทหาร
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำลังพลสำรอง ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งมี พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นประธานกมธ.วิสามัญพิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระสองเป็นรายมาตรา โดยมีสาระสำคัญเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม
โดยมีการกำหนดประเภทบุคคลที่จะเป็นกำลังพลสำรอง ตลอดจนหน้าที่และสิทธิของกำลังพลสำรองในการเข้ารับราชการทหารให้เกิดความชัดเจน และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของกำลังพลสำรอง รวมถึงบทลงโทษ ซึ่งเดิมกฎหมายกำลังพลสำรองใช้เพื่อเรียกระดมพลในภาวะสงคราม จึงกำหนดให้ใช้โทษตามประมวลกฎหมายอาญาทหารที่มีความรุนแรง เช่น หากเกิดกรณีกำลังพลสำรองไม่มารายงานตัว ต้องโทษจำคุกไม่เกิน3 เดือน
กรณีหลีกเลี่ยงไม่มารับราชการทหารต้องโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี แต่ปัจจุบันร่างกฎหมายกำลังพลสำรองมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นบัญชีกำลังพลและป้องกันภัยพิบัติเท่านั้น ดังนั้น จึงได้มีการแก้ไขบทโทษ เมื่อมีเหตุกำลังพลสำรองมารายงานตัว และขอลาราชการแต่ไม่กลับมา ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาจากเหตุผลอันสมควร และใช้ดุลพินิจบทลงโทษว่าหากมีเหตุจำเป็นสามารถใช้บทโทษทางวินัยได้ เช่น การตักเตือน แต่หากไม่มีเหตุผลอันสมควร ก็ต้องใช้โทษทางอาญาทหารมาบังคับใช้
ทั้งนี้ การอภิปรายของที่ประชุมเป็นการซักถามเพื่อความเข้าใจ โดยไม่ได้มีการตั้งข้อสังเกต ก่อนที่ประชุมจะเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 2 เป็นรายมาตรา พร้อมกับมีมติเห็นชอบวาระ 3 เพื่อให้มีการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนนเห็นด้วย 192 งดออกเสียง4 ก่อนสั่งปิดประชุมในเวลา 13.00 น.







